"พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ" ที่ปรึกษาประธานสภาฯ แถลงผลตรวจปัสสาวะตำรวจรัฐสภา ยืนยันผลเป็นลบ 100% ไม่พบฉี่ม่วงแม้แต่รายเดียว เตรียมขยายผลสุ่มตรวจข้าราชการปีละ 2 ครั้ง ย้ำเจตนาเพื่อบำบัดรักษาไม่ใช่จับกุม เผยไร้อำนาจตรวจ สส. พร้อมออกโรงป้อง "โสภณ ซารัมย์" ปมแก้ปัญหายาเสพติด-นโยบายเคารพธงชาติ ซัดคนวิจารณ์แรง "คิดน้อย-มีหัวไว้คั่นหู" ยันไม่ได้ทำแค่บุรีรัมย์ เตรียมขยายผลทั่วประเทศ
วันที่ 12 มิ.ย.2569 เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายตรวจสอบสมรรถภาพร่างกายและหาสารเสพติดของบุคลากรรัฐสภา ซึ่งมีการตรวจปัสสาวะเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า จากผลการตรวจทางแพทย์อย่างละเอียด ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐสภารายใดมีสารเสพติดในร่างกายแม้แต่คนเดียว ถือว่าผลเป็นลบทั้งหมด (ขาวสะอาด) ทั้งนี้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีนโยบายอย่างชัดเจนที่ต้องการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยเบื้องต้นมีแผนจะดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องด้วยการสุ่มตรวจสารเสพติดปีละ 2 ครั้ง และจะขยายผลให้ครอบคลุมไปยังกลุ่มข้าราชการและบุคลากรส่วนอื่นๆ ของรัฐสภาด้วย
"เป้าหมายหลักของการตรวจหาสารเสพติดในครั้งนี้ คือการป้องปรามและค้นหาผู้ที่อาจจะก้าวพลาด เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ใช่การมุ่งจับกุมหรือลงโทษ ส่วนกรณีที่มีการถามถึงการตรวจปัสสาวะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นั้น ทางสภาฯ ต้องชี้แจงว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะไปบังคับตรวจได้" พล.ต.ต.วิชัย กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่มี สส. บางกลุ่ม ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของประธานสภาฯ ว่าทำเกินหน้าที่ และมุ่งเน้นจัดโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดเฉพาะในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวว่า ข้อเท็จจริงแล้วโครงการนี้เป็นโครงการที่นายโสภณได้ขับเคลื่อนและทำมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งประธานสภาฯ การลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงที่ผ่านมา จึงเป็นการไปติดตามความคืบหน้าของงานเดิม และในฐานะประธานสภาฯ ซึ่งก็คือ สส. คนหนึ่ง ย่อมมีหน้าที่ในการลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประธานสภาฯ ได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกหลายภาคส่วน ยืนยันว่าโครงการนี้ไม่ได้ทำเฉพาะที่จังหวัดบุรีรัมย์เท่านั้น แต่มีแผนระยะยาวที่จะขยายผลไปยังพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศอย่างแน่นอน
พล.ต.ต.วิชัย ยังกล่าวถึงกระแสวิจารณ์นโยบายของประธานสภาฯ ที่รณรงค์ให้บุคลากรยืนเคารพธงชาติในเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. โดยตั้งคำถามกลับไปยังผู้ที่ตำหนิว่า นโยบายนี้ไม่ดีอย่างไร เพราะธงชาติไทยคือสัญลักษณ์สูงสุดของเอกราช อธิปไตย และความสามัคคีของคนในชาติ อีกทั้งยังเป็นการรำลึกถึงความเสียสละของบรรพบุรุษ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและควรส่งเสริม
“คนที่ออกมาพูดตำหนินโยบายนี้ ผมมองว่าคิดน้อยไป ใช้อะไรคิด คุณก็มีหัว มีสมอง ไม่ใช่มีหัวไว้คั่นหู” พล.ต.ต.วิชัย กล่าว








