ยายวัย 63 ปี ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สุรินทร์ พลิกพื้นที่ 3 ไร่ ทำเกษตรผสมผสานครบวงจรนานกว่า 10 ปี สร้างรายได้วันละกว่า 1,000 บาท โดยเฉพาะผักใส่กระถางขายดีจนผลิตไม่ทัน ท่ามกลางยุคค่าครองชีพพุ่ง พร้อมสะท้อนปัญหาราคาปุ๋ย-น้ำมันกระทบชาวบ้าน
วันที่ 11 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านหนองยาว หมู่ 18 ตำบลกระเทียม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบ นางสมจต เจียรนัย อายุ 63 ปี บ้านเลขที่9 บ้าน น้อง ยาว หมู่ 18 ตำบล กระเทียม อำเภอ สังขะ จังหวัด สุรินทร์ เจ้าของสวนเกษตรครบวงจร บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ซึ่งยึดอาชีพทำเกษตรผสมผสานมานานกว่า 10 ปี จนประสบความสำเร็จ มีรายได้เข้าทุกวัน
ภายในสวนมีการทำเกษตรแบบครบวงจร ทั้งเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา และปลูกพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิด โดยจุดเด่นที่สร้างรายได้อย่างมากในช่วงนี้ คือการปลูกผักใส่กระถางจำหน่าย ราคากระถางละ 50 บาท ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากชาวบ้าน ในยุคฝืดเคืองที่ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย ซื้อไปปลูกไว้เก็บกินในครัวเรือน รวมทั้ง โรงเรียน และหน่วยงาน อบต. ที่นำไปใช้ประดับตกแต่งสถานที่ในงานต่างๆ จนผลิตแทบไม่ทันต่อความต้องการ
นางสมจต เปิดเผยว่า หลังเกิดสถานการณ์อพยพรอบ 2 ในพื้นที่ชายแดน ยอมรับว่าได้รับผลกระทบบ้างในช่วงแรก แต่ปัจจุบันกลับมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะประชาชนหันมาสนใจปลูกผักกินเองมากขึ้น ทำให้ผักใส่กระถางขายดีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีคณะศึกษาดูงานเดินทางมาเรียนรู้แนวทางเกษตรผสมผสานเกือบทุกวัน ส่งผลให้มีรายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 1,000 บาท
นางสมจต ยังฝากถึงรัฐบาลว่า แม้ตนจะสามารถปรับตัวและพึ่งพาตัวเองได้ แต่ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนจำนวนมากยังคงได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาน้ำมันและปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้น อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยดูแลค่าครองชีพและต้นทุนด้านการเกษตรอย่างจริงจัง เพื่อให้ชาวบ้านสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคงต่อไป








