ชาวบ้านชายแดนสุรินทร์เชื่อ ทหารกัมพูชาข้ามแดนจับชายไทยวัย 58 ปี หลังหายตัวระหว่างเข้าป่าหาของป่าใกล้ช่องเล็ง อ.กาบเชิง พบเพียงรถจักรยานยนต์จอดทิ้งไว้ ครอบครัวแจ้งความแล้วไร้ความคืบหน้า
วันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดกรณีคนไทยเข้าไปหาอึ่งในพื้นที่ป่าชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ และถูกทหารกัมพูชาไล่ยิงจนกลายเป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้ ล่าสุดมีรายงานจากเพจข่าวชื่อดังในโลกออนไลน์ อาทิ “อ้อ ไพรัช” และ “กว่าจะถึงบางอ้อ” ระบุว่า มีชายไทยชาวจังหวัดสุรินทร์สูญหายระหว่างเข้าป่าหาของป่าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
ชายที่สูญหายคือ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ชาวอำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ โดยหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 บริเวณห้วยสำเริง เยื้องผามะนาว ใกล้หมู่บ้านโนนทอง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 15 วันแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
ครอบครัวได้เข้าแจ้งความไว้กับ ร้อยตำรวจเอกโกวิทย์ ทองแผ่น พนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง โดยในจุดเกิดเหตุพบเพียงรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น Spark ทะเบียน ขกต 772 สุรินทร์ จอดอยู่บริเวณชายป่าห้วยสำเริง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง
ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบ นางสาวกรรณิกา หอมขจร อายุ 47 ปี ภรรยาของนายโยชน์ ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลกันตวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสอบถามข้อมูลและติดตามความคืบหน้าของคดี
ล่าสุด เวลา 15.40 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามชาวบ้านในตำบลโคกตะเคียน ซึ่งเคยเข้าไปหาของป่าบริเวณห้วยสำเริง ใกล้ช่องเล็ง ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยชาวบ้านส่วนใหญ่เชื่อว่า นายโยชน์ไม่น่าจะเดินล้ำเข้าไปในเขตกัมพูชา เนื่องจากคนหาของป่าประจำจะรู้แนวเขตพื้นที่เป็นอย่างดี
นางสุธาทิพย์ วงศ์เจริญ อายุ 43 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า คนที่เข้าป่าหาของป่าประจำจะรู้ว่าควรเข้าไปได้ถึงจุดไหน และไม่น่าจะเดินเข้าไปลึกจนข้ามเขตแดน
“คนหาของป่าจะรู้พื้นที่กันดี ไม่มีทางเดินเข้าไปลึก เพราะรู้ว่าเสี่ยง แต่ถ้าฝั่งเขมรจะลักลอบข้ามเข้ามาฝั่งไทย เป็นไปได้ เพราะที่ผ่านมาเคยมีทั้งลักลอบเข้ามาหางานทำและข้ามแดนเข้ามาอยู่บ่อยครั้ง” นางสุธาทิพย์กล่าว
ทั้งนี้ ชาวบ้านหลายรายในพื้นที่ต่างเชื่อว่า นายโยชน์อาจถูกทหารกัมพูชาข้ามแดนเข้ามาจับตัว เนื่องจากที่ผ่านมา มักพบการลักลอบข้ามแดนของชาวกัมพูชาและทหารในพื้นที่อยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ไทยอยู่ระหว่างติดตามข้อเท็จจริง และประสานหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อเร่งค้นหาตัวผู้สูญหายและตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดต่อไป








