วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวอิสราเอล เข้ามาพำนักและประกอบกิจการในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง อ.เกาะพะงัน และ อ.เกาะสมุย ผ่านการใช้นอมินีหรือดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย ว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่า ได้ประสานการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานจัดหางานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด สรรพากร และฝ่ายปกครอง เพื่อตรวจสอบข้อมูลแรงงานต่างชาติ การถือครองที่ดิน การเสียภาษี รวมถึงลักษณะการประกอบกิจการในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการกับทุกเชื้อชาติอย่างเท่าเทียม ไม่เฉพาะชาวอิสราเอลเท่านั้น รวมถึงคนไทยที่กระทำผิดกฎหมายก็จะถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน
“จังหวัดสุราษฎร์ธานีใช้มาตรการเดียวกันกับทุกเชื้อชาติ หากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้นอมินี การลักลอบทำงาน หรือประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็พร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทันที” นายจุมพฏ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงใน อ.เกาะพะงัน หลังพบกรณีมีการเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 โดยเบื้องต้นได้สั่งให้หยุดดำเนินกิจการไว้ก่อน พร้อมตรวจสอบรายละเอียดและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะเดียวกัน ยังมีการตรวจสอบกรณีสามีภรรยาชาวอิสราเอล ที่มีการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการรับทำวีซ่า รวมถึงเชิญชวนชาวต่างชาติให้ย้ายเข้ามาอาศัยในพื้นที่เกาะพะงันและพื้นที่อื่นของประเทศไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ย้ำว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่หลายกรณีไม่ได้เผยแพร่เป็นข่าว พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสามารถลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา เพื่อสร้างความโปร่งใสในการทำงาน
ทั้งนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตั้งคณะทำงานหลายชุด เพื่อบูรณาการการตรวจสอบทั้งด้านแรงงาน การถือครองทรัพย์สิน การเสียภาษี และการดำเนินธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะบนเกาะสมุยและเกาะพะงัน ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด
ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 191 หรือแจ้งโดยตรงไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อร่วมกันดูแลความสงบเรียบร้อยและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ








