“จตุพร” เชื่อ ศาล รธน.เคาะผ่านกู้ 4 แสนล้าน ชี้จำเป็นเตรียมรองรับวิกฤตสงครามอ่าวเปอร์เซียรอบใหม่เริ่มปะทุรุนแรงหนักหน่วง ลั่นกู้แล้วต้องใช้ให้เป็นและสมเหตุสมผล เห็นต่างนายกฯ จับมือฮุนมาเนต เป็นตามความเหมาะสม แค่แสดงภาวะผู้นำบนเวทีอาเซียน ไม่ใช่สนามสงคราม กระตุ้นฝ่ายมั่นคง สกัดยิวเติบโต ครอบครองที่ดินไทย ส่วนทักษิณ ยุ่งการเมือง เป็นสิทธิ์ตาม กม.เปิดทางให้
เมื่อ 8 พ.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ไทยมีความจำเป็นต้องกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อมาเยียวยาประชาชนและแก้ปัญหาพลังงาน ซึ่งจะเป็นวิกฤตหนักและกำลังเกิดขึ้นในช่วงกลางพฤษภาคมและรุนแรงยิ่งขึ้นในมิถุนายนนี้ ดังนั้น รัฐบาลและคนไทยไม่ควรประมาท
"ทุกอย่างมีความจำเป็นทั้งนั้น เพียงแต่ว่าการใช้เงินต้องใช้อย่างถูกต้อง ไม่ว่าเรื่องการเยียวยาหรือเรื่องพลังงาน เพราะถึงที่สุดเรากำลังเดินเข้าสู้วิกฤตใหญ่ และวิกฤตที่ว่านั้นจะหนักที่สุด เพียงแต่อารมณ์ความรู้สึกคนในขณะนี้ยังไม่เห็น แต่เตรียมเงินไว้ใช้ในภาวะวิกฤตที่จะตามมา”
อีกทั้งกล่าวว่า ทุกรัฐบาลที่ผ่านมากู้เงินกันทั้งสิ้น มีกู้ไม่ได้เพียงสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เฉพาะกรณีบริหารจัดการปัญหาน้ำและก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ส่วนอื่นยังกู้ได้เช่นกัน ดังนั้น เชื่อว่า ศาล รธน.คงวินิจฉัยให้กู้ 4 แสนล้านได้
สิ่งสำคัญการกู้เงินที่ผ่านมานั้น ล้วนออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สร้างหนี้สินให้ประเทศได้เป็นปกติ แต่การกู้เงินไม่สำคัญเท่ากับการนำไปใช้จ่ายอะไร เพราะวิกฤตจะรุนแรงขึ้นโดยประมาณกลางเดือนพฤษภานี้จะเห็นวี่แวววิกฤตที่หนักหน่วงทั้งด้านพลังงานและการดำรงชีพของประชาชน ดังนั้น การกู้เงินจึงมีความจำเป็นที่หนีไม่พ้น
นายจตุพร ย้ำว่า ตนไม่ต้องการให้ประเทศเป็นหนี้อีก แต่เมื่อตัดสินใจแล้วต้องรู้ว่า เงินทุกบาทถัดจากนี้ไปล้วนมีความจำเป็นและสำคัญแทบทั้งสิ้น แต่ที่เป็นปัญหานั้น คือ เรื่องการใช้เงิน ซึ่งในอดีตหลายเรื่องกู้มาแล้วใช้อย่างไม่สมเหตุสมผล
กรณีการประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ โดยมาร์กอส จูเนียร์ เป็นประธานอาเซียน การประชุมนี้ผู้นำแต่ละประเทศต้องใช้วุฒิภาวะอย่างเหมาะสม ซึ่งไม่ใช้เวทีประกาศสงคราม แต่คนไทยรับไม่ได้ที่เห็นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไปจับมือกับฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา เพราะยังมีอารมณ์สงครามค้างคา คับแค้นใจอยู่
“ผมเข้าใจนายกฯ ถ้าเรื่องดินแดนนายกฯ บอกอย่างไงต้องสงคราม ต้องรบกัน คงสะใจคนไทย หรือยื่นมือมาจับแล้วสะบัดมือออกคนไทยคงร้องสะใจอีก แต่ในเวทีอาเซียน เราจะสูญเสียวุฒิภาวะผู้นำของประเทศที่มีความศิวิไลซ์อย่างไทย ดังนั้น คนไทยต้องแยกแยะระหว่างเวทีอาเซียน ซึ่งไม่ใช่เวทีประกาศสงคราม เพราะคนเป็นนายกฯ จะพูดอื่นใดไม่ได้กับเวทีสันติภาพเช่นนี้ จึงต้องพูดกันดีๆ”
สิ่งสำคัญคนไทยยังคับแค้นใจอยู่ แต่เรายกดินแดนหนีไม่ได้ทั้งคู่ แม้วันนี้แผลยังใหม่เห็นภาพจับมือก็ไม่ได้ ทั้งที่เป็นการแสดงกันในเวทีโลก ซึ่งของจริงถ้าปะทะกัน การสู้รบใหม่ทำสงครามก็เกิดขึ้น แต่ไทยจะแสดงออกแบบเลือดต้องล้างด้วยเลือดในเวทีประชุมระดับอาเซียนไม่ได้
ส่วน MOU 44 ที่ไทยยกเลิกนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ไทยต้องรื้อสัญญายกสัมปทานน้ำมันที่ทำเอาไว้กับบริษัท เชฟรอน ของสหรัฐ โดยสัญญานี้ทำให้ไทยโครตเสียเปรียบ คิดแบบง่าย ๆ คือ ถ้าสูบน้ำมันขึ้นมา 100 บาร์เรล ไทยจะได้เพียง 10 บาร์เรลเท่านั้น เป็นของเชฟรอนถึง 90 บาร์เรล ซึ่งเป็นสัญญายกน้ำมันแหล่งใหญ่ของโลกที่เหลืออยู่ให้ต่างชาติมา 50 ปี และที่ผ่านมาไม่คิดจะรื้อสัญญากันใหม่เลย
"ส่วนการเปิดด่านนั้น แทบเป็นศูนย์ในขณะนี้ จนกว่าทุกสิ่งอย่างจะคลี่คลาย ซึ่งในอนาคตสงครามคงหลีกเลี่ยงกันยาก เพียงแต่ว่าขณะนี้ไม่ใช่ห้วงเวลา เพราะไม่มีน้ำมันกันทั้งคู่ แต่อารมณ์ค้างกับสงครามยังหลีกหนีกันไม่พ้น"
นายจตุพร กล่าวถึงคนอิสราเอล (ยิว) เข้ามาอยู่ในไทยว่า ยิวมาอยู่ไทยแล้วใช้นอมินีจดทะเบียนตั้งบริษัทในไทย ถึงขั้นใช้นอมินีคนเดียวจดทะเบียนถึง 87 บริษัท ส่อลุยซื้อครอบครองที่ดินทั้งเกาะ แล้วคนไทยจะอยู่กันอย่างไร สิ่งสำคัญคนยิวทั้งหญิง-ชาย มาอยู่ไทยเป็นอดีตทหารส่วนใหญ่ และยังไม่รวมถึงเครื่องบินรบ F-35 ของสิงคโปร์มาจอดสนามบินไทยได้อีก ซึ่งจะนำปัญหามาสู่ไทยในยามศึกสงคราม
“ฝ่ายความมั่นคงไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลยเหรอ บ้านเมืองเราปล่อยแบบนี้ต่อไป เขา (ยิว) เข้ามามากขึ้น จะเอาไม่ไหว เอาไม่อยู่ ตัวอย่างคนกัมพูชามายึดดินแดนไทยและทหารเขาตามมา ไทยต้องแลกชีวิตอีกเท่าไรจึงเอาเขาออกได้ ก็เกิดขึ้นมาแล้วกับการไม่ทำอะไรเลย"
พร้อมกล่าวว่า อิสราเอลหนักกว่ากัมพูชาหลายเท่าปัญหา เพราะมีทั้งอำนาจทุนและทุกสิ่งอย่าง ถ้าปล่อยให้โตตามลำดับแล้วจะรุกรานดินแดนไทยจนหมด ขณะนี้ยิวอาศัยอยู่ที่เกาะพะงัน, เกาะสมุย, ภูเก็ต, อ.ปาย แม่ฮองสอน ล้วนเป็นพื้นที่สร้างรายได้ให้ปนะเทศทั้งสิ้น แล้วไทยจะเหลืออะไรอีก
"ตอนนี้หน่วยงานไทยรับรู้กันหมดแล้ว ทั้ง ตรวจคนข้าเมือง (ตม.) กรมเศรษฐกิจการค้า ฝ่ายความมั่นคง รู้แล้วเก็บไว้เล่าสู่กันฟังหรือไง เมื่อคนพวกนี้ไม่ได้เข้าไทยในสถานะนักท่องเที่ยว ซึ่งไม่ได้เที่ยว แต่เข้ามาเพื่อการครอบครอง นับวันยิ่งใหญ่ขึ้นและจะเป็นภัยคุกคามสร้างปัญหาให้ไทย ดังนั้นฝ่ายความมั่นคงต้องคิด"
ส่วนทักษิณ ชินวัตร ได้พักโทษวันที่ 11 พ.ค.นี้นั้น ลูกสาวอุ๊งอิ๊งค์-แพทองธาร ชินวัตร เคยบอกว่า ทักษิณจะวางมือทางการเมือง ขณะที่การสัมภาษณ์ล่าสุด มีความหมายว่า ไม่รู้พ่อจะคิดอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ทักษิณ ยังเหลือโทษข้างหน้าให้ต่อสู้อีก ทั้งกรณีชั้น 14 คดี ม.112 และ กระทรวงคลังต้องตามยึดทรัพย์ 1.7 หมื่นล้านบาทตามคำพิพากษา ถึงที่สุดแล้ว เมื่อพิจารณาทางกฎหมาย ทักษิณ มีสิทธิ์ได้พักโทษและเข้าสู่การเมือง
“ทักษิณ มีสิทธิ์เต็มที่จะเข้าสู่การเมือง โดยเป็นผู้ช่วยหาเสียงหรือพูดคุยทางการเมือง แต่ควรบอกประชาชนอย่างตรงๆ โดยไม่ควรเนียมอายอ้างว่า เลี้ยงหลานอีก ถ้าบอกว่าเลิกการเมืองแต่ไม่เลิกจะเป็นปัญหาอีก”
#จตุพรพรหมพันธุ์ #ประเทศไทยต้องมาก่อน #วิกฤตเศรษฐกิจ #กู้เงิน4แสนล้าน #สงครามอ่าวเปอร์เซีย #ราคาพลังงาน #นอมินี #ทุนยิวฮุบไทย #เกาะสมุย #เกาะพะงัน #ภูเก็ต #ทักษิณชินวัตร #พ้นโทษ11พค #การเมืองไทย #MOU44 #เชฟรอน #สัมปทานพลังงาน #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #เศรษฐกิจไทย2569








