วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ที่หน้าที่ว่าการ อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ได้มีการจัดโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นกิจกรรม Kick off โครงการ "ไทยช่วยไทย" ลดภาระ ลดคำครองชีพ ขายสินค้าราคาประหยัด ทุกวันศุกร์ ณ ที่ว่าการอำเภอ ทุกแห่งทั่วประเทศ ตามนโยบายรัฐบาล ตามที่เป็นข่าว โดยวันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 2 ของการจัดโครงการยังคง พบว่ามีประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวนมากยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หลายห้างร้านที่ร่วมโครงการ จะนำสินค้ามาจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่กลับระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถึงสินค้าจะถูกลง แต่ก็ยังไม่มีเงินซื้อ”
จากการลงพื้นที่พบว่า หลายครอบครัวต้องประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก บางรายมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร และค่าเดินทางในแต่ละวัน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานรับจ้างและเกษตรกรในพื้นที่ชายแดน ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าและค่าครองชีพ ราคาสินค้าต่างๆปรับตัวละราคาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทองเย็น มะลิงาม อายุ 70 ปี ชาวอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า แม้โครงการช่วยเหลือของภาครัฐจะเป็นเรื่องดี แต่ประชาชนจำนวนมากยังไม่มีเงินจับจ่าย เพราะรายได้ลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันและสินค้ายังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง ทุกวันนี้หาเงินยาก ซื้อของเสร็จเหลือเงินติดกระเป๋ากลับบ้านแค่ 20 บาท อยากให้รัฐบาลช่วยดูแลเรื่องราคาน้ำมันและสินค้า อย่าให้สูงขึ้นไปมากกว่านี้
นางทองเย็น นางอุไร สระแก้ว อายุ 57 ปี แม่ค้าในอำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ กล่าว่า ได้นำผักที่ตนเองปลูกเองมาขายกำละ 10 อยากให้มีโครงการ “ไทยช่วยไทย” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและชาวบ้านนำผลผลิตมาจำหน่าย สร้างรายได้ให้ครอบครัวในช่วงเศรษฐกิจซบเซา ผักที่ปลูกเองนำมาขายกำละ 10 บาท ก็พอช่วยให้มีรายได้เข้าบ้าน อยากให้ภาครัฐสนับสนุนโครงการแบบนี้ต่อเนื่อง เพราะช่วยชาวบ้านได้จริง
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนต่างเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนกลับมามีกำลังซื้อและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต








