วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 พ.อ.สัมฤทธิ์ ฉัตรวัฒนาสกุล รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร (รอง ผอ.กอ.รมน.พิจิตร) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่พัดถล่มพื้นที่จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บ้านเรือนประชาชนถูกลมพายุพัดเสียหายรวม 102 หลังคาเรือน ครอบคลุม 3 อำเภอ 7 ตำบล 17 หมู่บ้าน
พื้นที่ได้รับผลกระทบประกอบด้วย อำเภอเมืองพิจิตร ตำบลสายคำโห้ หมู่ 3, 4 และ 5 เสียหาย 18 หลังคาเรือน และตำบลคลองคะเชนทร์ เสียหาย 1 หลังคาเรือน อำเภอวังทรายพูน ตำบลหนองปล้อง หมู่ 3 และ 6 เสียหาย 2 หลังคาเรือน ตำบลวังทรายพูน หมู่ 1, 4, 9 และ 14 เสียหาย 41 หลังคาเรือน ตำบลหนองพระ หมู่ 13 และ 15 เสียหาย 21 หลังคาเรือน และตำบลหนองปลาไหล หมู่ 3 และ 5 เสียหาย 4 หลังคาเรือน อำเภอสามง่าม ตำบลหนองโสน หมู่ 7, 9 และ 13 เสียหาย 15 หลังคาเรือน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว บ้านหลายหลังได้รับความเสียหายหนัก ทั้งหลังคาปลิว ฝาผนังพัง บางหลังเสียหายเกือบทั้งหลัง สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง เบื้องต้น น.ส.ธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือน และมอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสังคมผู้สูงอายุ และขาดแคลนแรงงานช่างไม้ ช่างก่อสร้าง รวมถึงแรงงานวัยหนุ่มสาว ทำให้การซ่อมแซมบ้านเรือนเป็นไปด้วยความยากลำบาก กอ.รมน.พิจิตร จึงประสานขอกำลังสนับสนุนจากมณฑลทหารบกที่ 36 (มทบ.36) และหน่วยทหารในพื้นที่ รวมกำลังพล 21 นาย ประกอบด้วย มทบ.36 จำนวน 6 นาย กองพันทหารม้าที่ 18 กรมทหารม้าที่ 3 จำนวน 6 นาย กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 30 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 21 จำนวน 9 นาย เพื่อร่วมกับผู้นำชุมชนและจิตอาสา ลงพื้นที่ช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนอย่างเร่งด่วน ให้สามารถกลับมาอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ หากพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนและต้องการความช่วยเหลือ สามารถประสานผ่านผู้นำชุมชน หรือแจ้งไปยังสำนักงาน กอ.รมน.จังหวัดพิจิตร ศาลากลางจังหวัดพิจิตร โทรศัพท์ 056-616149 หรือสายด่วน กอ.รมน. 1374 และสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ได้ตลอดเวลา








