ผู้ประกอบการบุรีรัมย์ ฟ้องบริษัทยักษ์ใหญ่ฐานผิดสัญญา หลังชักชวนร่วมลงทุนเลี้ยงปลาทับทิม อ้างนวัตกรรมใหม่ การันตีผลตอบแทนสูง แต่กลับขาดทุนต่อเนื่องและถูกปล่อยลอยแพ สูญหายกว่า 50 ล้านบาท พบผู้เสียหายอีก 11 รายทั่วประเทศ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินคดีในศาล
วันที่ 22 เม.ย.69 นายจักรี อังคสิทธิ์ อายุ 42 ปี ผู้ประกอบการชาวอำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้ให้ทนายความ ฟ้องเอาผิดบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ ฐานผิดสัญญา พร้อมให้ชำระหนี้ ชดใช้ค่าเสียหายและรับโอนทรัพย์ หลังจากทางบริษัทได้มาชักชวนโน้มน้าวให้ร่วมลงทุนในโครงการเลี้ยงปลาเนื้อระบบหนาแน่น โดยการโฆษณาว่าเป็นการเลี้ยงปลาแบบนวัตกรรมใหม่คิดค้นมาอย่างดี มีตลาดรองรับและมีผลตอบแทนสูง จะคืนทุนภายใน 5 ปี และจะได้กำไรปีละ 3 ล้านบาท โดยจะส่งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาควบคุมดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิด ทางผู้ประกอบการเห็นว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่มีธุรกิจหลายอย่างทั่วประเทศ จึงหลงเชื่อลงทุนเลี้ยงปลาตามที่ทางบริษัทชักชวนตั้งแต่ปี 2563 ด้วยการกู้เงินธนาคาร และยืมเงินจากญาติพี่น้องมาร่วมลงทุน แต่ผ่านไป 5 ปี กลับประสบปัญหาขาดทุนมาตลอด ไม่ได้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ทางบริษัทนำเสนอ พอทักท้วงไปก็ยังให้ความหวังต่อด้วยการเปลี่ยนทีมเข้าไปบริษัทจัดการและปรับแผนดำเนินกิจการ แต่ก็ยังขาดทุน แถมยังจะเรียกเก็บค่าอาหารสัตว์จากทางผู้ประกอบการอีก ทั้งที่ทางบริษัทจัดคนเข้ามาบริหารจัดการเองแบบเบ็ดเสร็จ แม้กระทั่งการทำบัญชี ซึ่งเงินที่ได้จากการจับปลาส่งขายก็ส่งเข้าบริษัท ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยได้ผลกำไรจากทางบริษัทตามที่การันตีไว้เลย กระทั่งช่วงเดือนเมษายน 2568 ทางบริษัทก็สั่งให้ทีมที่เข้ามาบริหารจัดการในฟาร์มเลี้ยงปลาถอนตัวออก โดยไม่ชี้แจงเหตุผล และไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ปล่อยลอยแพผู้ประกอบการ แถมให้รับภาระหนี้สินเองทั้งหมดรวมกว่า 50 ล้านบาท
นายจักรี บอกว่า ปกติก็ทำฟาร์มเลี้ยงไก่กับกับบริษัทดังกล่าวอยู่แล้ว พอทางบริษัทมานำเสนอโครงการเลี้ยงปลาแบบนวัตกรรมใหม่ พร้อมการันตีมีตลาดรองรับ และจะได้ผลกำไรปีละ 3 ล้าน จึงหลงเชื่อร่วมลงทุน โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทมาบริหารจัดการเองทั้งหมด ตนก็แค่เป็นผู้ลงทุนไปดูในฐานะผู้ประกอบการเท่านั้น แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นไปตามที่บริษัทนำเสนอ การดำเนินกิจการเลี้ยงปลาขาดทุนบริษัทเรียกทีมกลับ แล้วปล่อยแพ โดยไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ แถมยังจะเรียกเก็บค่าอาหารสทำให้ตนต้องแบกรับภาระหนี้สินที่กู้ยืมธนาคาร ญาติพี่น้องเพื่อมาลงทุน รวมเป็นเงินกว่า 50 ล้าน และไม่ใช่แค่ตนรายเดียวที่เจอลักษณะนี้ มีผู้ประกอบการในภาคอีสานและอีกหลายจังหวัดทั้งประเทศจำนวน 11 รายที่ถูกหลอกลงทุนในโครงการแบบเดียวกัน คาดมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
ขณะที่ นายคุณากร โพธิชัย ทนายความ กล่าวว่า เคสนี้เป็นการฟ้องฐานผิดสัญญาเนื่องจากบริษัทไม่ได้บริหารให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่นำเสนอไว้ ทั้งการคืนทุนใน 5 ปี และจะได้ผลกำไรปีละ 3 ล้านบาท ทั้งที่มีการส่งทีมเข้ามาบริหารจัดการเองทั้งหมด แต่ไม่เคยทำได้ตามที่สัญญาไว้เลย ทำให้ทางผู้ประกอบการได้รับความเสียหาย ทั้งเป็นหนี้ธนาคาร เสียเครดิต สูญเสียโอกาสและรายได้ในการดำเนินธุรกิจ จึงได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทกว่า 80 ล้านบาท โดยศาลได้นัดครั้งแรกแต่ทางบริษัทได้ส่งตัวแทนมาขอขยายเวลายื่นคำให้การ ก็ต้องรอดูว่าจะยื่นคำให้การว่าอย่างไร ซึ่งศาลอาจจะมีการนัดไกล่เกลี่ยในครั้งต่อไป ก็ต้องรอดูอีกที







