เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส นำลูกทุเรียนที่ร่วงหล่นและตกเกรด รวมถึงเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร มาเผาเป็นถ่านไบโอชาร์ ใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดิน และถ่านผลไม้ไบโอชาร์ สร้างรายได้เสริม ลดต้นทุนการผลิต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5
วันที่ 22 เม.ย.69 นายแดนภา นันลา อายุ 54 ปี สมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนแปลงใหญ่ บ้านปลื้มพัฒนา ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบในการทำถ่านไบโอชาร์ ได้นำผลิตผลจากนวัตกรรมการผลิต ถ่านไบโอชาร์จากผลไม้ ที่ได้จากการนำลูกทุเรียน และเศษวัชพืชต่าง ๆ ที่เป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร นำมาเผาทำเป็นถ่านไบโอชาร์ มาจัดนิทรรศการให้ความรู้ เกี่ยวกับการเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดมูลค่า
เพื่อแก้ไขปัญหาการเผา เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในที่โล่งแจ้ง ที่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดปัญหามลพิษหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 และลดปัญหาขยะจากลูกทุเรียนที่ร่วงหล่นและไม่ได้ขนาด รวมถึงเศษวัชพืชที่เหลือใช้จากการเกษตร ซึ่งนอกจากช่วยลดของเสียแล้ว ยังช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ลดก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุของการเกิดภาวะโลกร้อน และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงยังเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างรายได้เสริม จากการนำเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร รวมถึงลูกทุเรียนที่ร่วงหล่นทิ้ง ในสวนของเกษตรกรชาวสวนทุเรียน มาเผาทำเป็นถ่านไบโอชาร์ด้วย
โดยการนำมาเผาทำเป็นถ่านไบโอชาร์ ในเตาเผาที่สามารถควบคุมอุณหภูมิ และไม่สร้างมลภาวะที่ก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ทำให้เศษวัสดุหรือลูกทุเรียนที่นำมาเผา ก็จะได้ถ่านทุเรียนคุณภาพดี และยังคงรูปของลูกทุเรียนและเศษวัสดุนั้น ๆ ไว้ ก่อนจะนำใส่บรรจุภัณฑ์จัดจำหน่ายในรูปแบบของสินค้าที่ระลึก ถ่านไบโอชาร์ดับกลิ่น เพราะจะช่วยดูดซับกลิ่นได้เป็นอย่างดี ส่วนถ่านไบโอชาร์ที่ไม่คงรูปสวยงาม และถ่านไบโอชาร์อื่น ๆ ก็จะนำไปผสมทำเป็นปุ๋ยบำรุงดิน เพื่อนำกลับไปใช้เพื่อฟื้นฟูสภาพดิน เนื่องจาก อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ถือเป็นพื้นที่ ๆ มีการปลูกทุเรียนไม่น้อยกว่า 1,100 ไร่ จากทั้งจังหวัดที่มีพื้นที่การปลูกทุเรียนประมาณ 5,200 ไร่
นายแดนภา กล่าวว่า เหตุผลที่ให้นำทุเรียนมาเผา ก็คือทุเรียนลูกเล็กที่ร่วงหล่น และที่คัดเกรดทิ้ง ซึ่งมีจำนวนมาก ซึ่งเมื่อก่อนนำไปทิ้ง จากนั้นสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เข้ามาส่งเสริมจึงได้นำลูกทุเรียนดังกล่าว กับเศษวัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตร ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำมาเผาทำเป็นถ่านไบโอชาร์ เพื่อนำไปเป็นปุ๋ยบำรุงดินให้กับสวนทุเรียน เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการผลิต และนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เป็นของชำร่วย สร้างรายเสริมให้กับตนเองเฉลี่ยต่อเดือนไม่ตำกว่า 6,500 บาท ถือเป็นการทำวิกฤติให้เป็นโอกาส แทนที่จะปล่อยทิ้ง หรือเผาทิ้งไป เพราะถ่านไบโอชาร์ ยังสามารถช่วยกักเก็บธาตุอาหารในดิน ลดการสูญเสียสารอาหาร และช่วยรักษาความชื้น ทำให้ดินมีสภาพที่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาการเกษตรให้ยั่งยืนด้วย
ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจถ่านไบโอชาร์ จากทุเรียน และไม้ไผ่ สนใจติดต่อได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 089 801 7174 หรือเฟซบุ้ค แดนภา นันลา







