นทท. ที่ถูกพายุพัดต้นยูคาโค่นทับ วันสงกรานต์เจ็บ 6 ราย ล่าสุดเสียชีวิต 1 ครอบครัววอนรับผิดชอบ
คืบหน้าเหตุพายุถล่มวันสงกรานต์พัดต้นยูคาลิปตัสขนาดใหญ่โค่นล้มทับ นทท.ที่เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ บาดเจ็บ 6 ราย ล่าสุดเสียชีวิต 1 ราย ส่วนอีก 5 รายออกจาก รพ.แล้ว ครอบครัวผู้เสียชีวิตวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ขณะ อบต.เร่งทำเรื่องเสนอรายงาน ปภ.เพื่อพิจารณาช่วยเหลือผู้สูญเสียและประสบภัยตามระเบียบ
เมื่อวนที่ 18 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณีที่เกิดพายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ที่บริเวณเขื่อนลำนางรอง ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 15 เม.ย.69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นยูคาลิปตัสขนาดใหญ่ โค่นล้มทับนักท่องเที่ยว ขณะนั่งพักผ่อน และน้ำสงกรานต์ ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 2 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโนนดินแดง แต่ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ 1 ราย และโรงพยาบาลนางรอง 1 ราย ส่วนที่เหลือ 4 ราย บาดเจ็บเล็กน้อยรักษาตัวที่โรงพยาบาลโนนดินแดง
แต่ล่าสุด นายชัยพิพัฒน์ เสริมรัมย์ อายุ 41 ปี ชาว ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ หนึ่งในผู้บาดเจ็บที่ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.บุรีรัมย์ เนื่องจากมีแผลฉีกขาดที่บริเวณจมูก และศรีษะ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยเปลี่ยนกรวยหัวใจใส่ถ่านหัวใจ จึงเสียชีวิตขณะรักษาตัวที่ รพ. ครอบครัวได้นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านใน อ.ละหานทราย ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 5 ราย แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านทั้งหมดแล้ว
ล่าสุดทีมข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิตที่ ต.หนองแวง อ.ละหานทราย ซึ่งครอบครัวยังอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ขณะที่ นายจริต ธรรมวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนดินแดง นางสาวเตือนใจ ชมสงฆ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลโนนแดง นายมงคล ปานทอง รองนายก อบต.หนองแวง อำเภอละหานทราย ได้เดินทางไปให้กำลังใจและแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย
นางสาวสุนิสา สุวรรณทาน ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ตนและสามีทำงานอยู่ต่างจังหวัดด้วยกัน หลังจากสามีป่วยก็กลับมาดูแลลูกอยู่ที่บ้าน ส่วนตัวเองยังต้องทำงานที่ต่างจังหวัด วันเกิดเหตุสามีได้พาลูกสาววัย 13 ปี และลูกชายวัย 8 ขวบ ไปเที่ยวสงกรานต์ที่เขื่อนลำนางรอง กระทั่งมาทราบข่าวว่าเกิดเหตุต้นไม้ล้มทับ นทท.ที่ไปเที่ยวและเล่นสงกรานต์ที่เขื่อนลำนางรองได้รับบาดเจ็บหลายคน หนึ่งในนั้นคือ สามีของตัวเองด้วย แต่ไม่คาดคิดว่าสามีจะถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าอาจเพราะสามีเคยเปลี่ยนกรวยหัวใจใส่ถ่าน ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้สามีเสียชีวิต ก็เสียใจที่ต้องสูญเสียสามี ทำให้ลูกทั้ง 2 คนต้องกำพร้าพ่อ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบเพราะจุดเกิดเหตุเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ด้านนางสมจิตร เสริมรัมย์ อายุ 59 ปี น้าของผู้ตาย บอกว่า วันที่ 15 เม.ย.หลานกับลูกก็ชวนไปเล่นสงกรานต์ที่เขื่อนลำนางรอง ก่อนเกิดเหตุก็ยังนั่งกินลูกชิ้นกัน จู่ๆ ก็เกิดพายุลมแรงกำลังจะพากันเดินไปที่รถ แต่เกิดต้นไม้โค่นล้มลงมาพอดี ทั้งตนเองและหลานคือผู้เสียชีวิต ก็ถูกต้นไม้ทับตนเองศรีศะแตก ส่วนหลายมีแผลฉีกขาดที่บริเวณจมูกและศรีษะ ก็ไม่คิดว่าหลานจะมาเสียชีวิต หมอแจ้งว่าอาจจะเพราะหลานเป็นโรคหัวใจอยู่แล้วเพราะเคยผ่าตัดเปลี่ยนกรวยหัวใจ พอมาเกิดเหตุต้นไม้ล้มทับซ้ำอีกจึงทำให้เสียชีวิต ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบทั้งหลานที่เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บด้วย ที่สำคัญอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดูแลเรื่องความปลอดภัยตามแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เพราะไม่อยากให้เกิดการสูญเสียอีก
ทางด้านนายจริต ธรรมวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนดินแดง ระบุว่า เบื้องต้นก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และให้กำลังใจผู้บาดเจ็บทุกราย ในส่วนของ อบต.ก็ได้ทำเรื่องเสนอไปยัง ปภ. เพื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและประสบภัยตามระเบียบของทางราชการอย่างเร่งด่วน ส่วนเรื่องต้นไม้ก็จะได้ร่วมกับหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ สำรวจหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะซ้ำอีก.
ภูมิภาค54







