วันที่ 20 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างรุนแรงในพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกรุนแรง สร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง
จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นของเกษตร พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน ได้แก่ ต.จานใหญ่, ต.ตระกาจ, ต.น้ำอ้อม, ต.หนองหญ้าลาด, ต.สังเม็ก, และ.กระแชง พืชเศรษฐกิจได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ต้นทุเรียนเล็ก-ใหญ่ ถูกลมพัดหักโค่นกว่า 200 ต้น ผลทุเรียนอายุประมาณ 70–100 วัน หล่นเสียหาย น้ำหนักรวมกว่า 250 ตัน ขณะที่ต้นกล้วยเสียหายกว่า 210 ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ล้มเสียหายกว่า 35 ไร่ และสวนยางพาราหักโค่นจำนวนมาก
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอยู่ที่ ต.หนองหญ้าลาด หมู่ที่ 17 บ้านซำตาวัน สวนยางพาราของ นายทวี คูณคำตา เนื้อที่ 12 ไร่ อายุยางพารา 8 ปี และปีนี้เพิ่งจะได้กรีดเป็นปีที่ 2 แต่ต้องมาถูกลมพายุพัดลำต้นหักครึ่ง เสียหายถึง 10 ไร่ ไร่ละ 70 ต้น เหลือประมาณ 2 ไร่ หรือ100 กว่าต้นเท่านั้น
นายเดช ยอยอด อายุ 51 ปี ชาว อ.ศรีรัตนะ ซึ่งเป็นคนงานรับจ้างกรีดยางในสวนนี้ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่ง ลับมีดกรีดยางอยู่พายุมารอบแรกเห็นต้นยางพาราหักก่อน 3 ต้น จึงออกมาดูคิดว่าจะไม่มีอะไรเสียหายแล้ว พอลมมารอบ 2 อย่างหนัก ตนก็รีบวิ่งเข้าบ้าน ได้ยินเสียงดัง ปุ ปุ คล้ายเสียงกิ่งไม้หัก ประมาณ 2 นาทีลมสงบ จึงเดินออกมาดู ถึงกับอึ้งเห็นว่าต้นยางพาราถูกแรงลมพายุพัดจนหักเกลี้ยง
ส่วนรายได้การกรีดยาง แบ่งรายได้เจ้าของสวน 60% ผู้กรีด 40% แต่ตอนนี้ต้นยางหักหมดแล้วมีผลกระทบทั้งครอบครัวเจ้าของสวน ครอบครัวคนกรีดยางที่ต้องใช้เงินเลี้ยงครอบครัว ขณะที่ทุกภาคส่วนได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือตามระเบียบราชการต่อไป







