เพลิงไหม้บ่อขยะลับตาคนจันทบุรี ส่งกลิ่นสารเคมีฟุ้งเข้าหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่เร่งสกัดเพลิง พร้อมตรวจสอบและดำเนินคดีผู้ลอบเผา มาตรการเข้มงวดทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อเช้าวันที่ 8 เม.ย.69 ชาวจันทบุรีต้องตื่นตระหนกกับภาพกลุ่มควันสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า บดบังทัศนียภาพบริเวณถนนสายหลักเส้นสะพานตรีรัตน์-ปั๊มศักดิ์ชัย โดยต้นเพลิงมาจากบ่อขยะลักลอบเปิดใหม่ในที่ลับตาคน ริมคลองภักดีรำไพ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านมณีจันท์เพียงไม่กี่ก้าว
ในที่เกิดเหตุ พบภาพสุดสยองของกองขยะพลาสติก อุปกรณ์ไฟฟ้า และวัตถุไวไฟนานาชนิดที่กำลังถูกเปลวเพลิงโหมกระหน่ำ ส่งกลิ่นสารเคมีแสบจมูกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ มวลหมอกควันพิษได้ฟุ้งกระจายเข้าปกคลุมพื้นที่ชุมชนและหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ส่งผลให้ประชาชนเริ่มมีอาการระคายเคืองและหวาดผวาว่าเพลิงจะลามเข้าถึงตัวบ้าน
เทศบาลเมืองจันทนิมิตร ร่วมกับเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่และรถน้ำเข้าฉีดสกัดอย่างเร่งด่วน เนื่องจากในกองขยะมี "วัตถุระเบิดจากสารเคมี" ที่อาจปะทุได้ตลอดเวลา ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงฤดูแล้ง เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าหลายชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงในวงกว้างได้ แต่ยังต้องฉีดน้ำเลี้ยงไว้เพื่อป้องกันไฟปะทุจากใต้กองขยะที่สะสมความร้อนสูง
จากเหตุการณ์นี้ จังหวัดจันทบุรี และ ปภ.เขต 17 ได้ประกาศยกระดับความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายทันที โดยการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายกระทง ทั้งการลักลอบจัดตั้งที่คัดแยกขยะโดยไม่ได้รับอนุญาต และการเผาขยะที่สร้างมลพิษทางอากาศ (PM 2.5) ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับเป็นเงินจำนวนมาก
พร้อมกันนี้ได้ประกาศเตือนภัยถึงประชาชน สั่งห้าม เผาวัชพืชในสวนผลไม้และพื้นที่โล่งแจ้งทุกกรณี เฝ้าระวัง การจุดธูปเทียนบูชาพระที่อาจเป็นต้นเพลิงเร่งสอบสวน เพื่อนำตัวผู้แอบอ้างคัดแยกขยะและเจ้าของที่ดินมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการทำลายสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชน







