เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 4 ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เพื่อตรวจสอบเหตุไฟไหม้สวนลำไยของชาวบ้าน หลังมีการโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านสื่อสังคมออนไลน์ วิงวอนขอรถฉีดน้ำแรงดันสูง เพื่อเร่งช่วยเหลือต้นลำไยที่ถูกไฟคลอกอย่างหนัก หวังให้ยังมีโอกาสรอดชีวิตจากความเสียหายที่เกิดขึ้น
ในที่เกิดเหตุพบคุณแอน สุขพงษ์ไทย อายุ 50 ปี เจ้าของสวน ซึ่งเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และนายพิเชษฐ สุขพงษ์ไทย หรือ “น้องอาร์ม” อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นลูกชาย ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบความเสียหายภายในสวนลำไยเนื้อที่รวม 16 ไร่ โดยพบร่องรอยความเสียหายจากไฟไหม้เป็นวงกว้าง พื้นที่จำนวน 8 ไร่ถูกไฟเผาเสียหายจนกลายเป็นร่องรอยสีดำของเถ้าถ่าน ตัดกับพื้นที่สวนที่ยังเหลืออยู่ในสภาพเขียวขจีอย่างชัดเจน
เปลวไฟยังส่งผลให้ความร้อนแผ่กระจายไปยังพื้นที่ข้างเคียง ทำให้ต้นลำไยอีกฝั่งใบแห้งเหี่ยวเสียหายเป็นแนวยาว หากไม่มีถนนกั้นพื้นที่ไว้ คาดว่าสวนทั้งหมดอาจถูกไฟเผาวอดทั้งแปลง
นายพิเชษฐ หรือ “น้องอาร์ม” เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะตนกำลังเดินทางกลับบ้าน ได้รับโทรศัพท์จากมารดาว่าเกิดเหตุไฟไหม้สวนลำไย ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก ก่อนรีบเดินทางกลับมาดูพื้นที่
แม้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลทรายขาวจะนำรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุจำนวน 2 คัน แต่ด้วยสภาพอากาศที่มีลมกระโชกแรง ประกอบกับใบลำไยแห้งที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เผาทำลายสวนลำไยอายุประมาณ 15 ปี ที่กำลังติดดอกเต็ม 100% จนยืนต้นตายเสียหายกว่า 8 ไร่
โดยความเสียหายดังกล่าว หากสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ จะมีมูลค่าประมาณ 3–4 แสนบาท แต่กลับถูกไฟเผาทำลายจนหมดสิ้น นอกจากนี้ยังสร้างความเสียหายต่อระบบท่อน้ำ PVC ใต้ดินที่ถูกความร้อนจนหลอมละลายทั้งระบบ ซึ่งยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้
น้องอาร์มกล่าวทั้งน้ำตาว่า ปีนี้สวนลำไยติดดอกสวยมากและครอบครัวตั้งความหวังไว้สูง แต่ต้องสูญเสียไปกับเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ อีกทั้งยังต้องแบกรับภาระต้นทุน ทั้งค่าครองชีพและค่าน้ำมันดีเซลที่เพิ่มสูงขึ้นในการสูบน้ำเข้าสวน รวมถึงปัญหาภัยแล้งที่ทำให้น้ำในบ่อเริ่มแห้งขอด ยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก
เบื้องต้นครอบครัวสุขพงษ์ไทยได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างรอผลสรุปสาเหตุที่แน่ชัด
อย่างไรก็ตาม ครอบครัวได้ฝากวิงวอนผ่านสื่อมวลชน ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการสนับสนุนการซ่อมแซมระบบท่อน้ำภายในสวน แทนการชดเชยเป็นต้นพันธุ์ รวมถึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการขุดเจาะบ่อบาดาลส่วนกลาง เพื่อบรรเทาวิกฤตภัยแล้งที่ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเผชิญเป็นประจำทุกปี








