สทนช. ระดมความคิดเห็นทุกภาคส่วนใน จ.ประจวบฯ และชุมพร จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์
วันนี้ (2 เมษายน 2569) เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมบ้านกลางอ่าว บีช รีสอร์ท ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศ โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566-2580) จัดโดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) มี นายธันยา จรูญสมาธิศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 กล่าววัตถุประสงค์การจัดโครงการ และมี อรรถพลชำนาญเวชกิจผู้จัดการโครงการโครงการศึกษาจัดทำโครงการศึกษาทำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรีจังหวัประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย ผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ อ.ทับสะแก อ.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ และ อ.ปะทิว จ.ชุมพร ร่วมประชุม โดยมีการประชาสัมพันธ์ชี้แจงโครงการและรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนต่อขอบเขตและแนวทางการศึกษาของโครงการ ซึ่งดำเนินการตามกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Environmental Assessment หรือ SEA ที่มีการคำนึงถึงมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับทรัพยากรน้ำ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการบริหารทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย นำไปสู่การกำหนดค่าเป้าหมาย ตัวชี้วัด กลยุทธ์ และแผนงานที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาความต้องการและทิศทางการพัฒนาเชิงพื้นที่ของลุ่มน้ำ ให้หน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการลุ่มน้ำในเขตลุ่มน้ำ
นายประทีป บริบูรณ์รัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดโครงการในวันนี้เป็นการมารับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ตอนล่างของเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาภัยแล้ง โดยปัจจุบันมีโครงการอ่างเก็บน้ำที่อยู่ระหว่างดำเนินการคืออ่างเก็บน้ำบ้านไทรทอง ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน และในอนาคตยังมีแผนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านคลองลอยตอนล่าง อ.บางสะพาน
เชื่อว่าปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยจะดีขึ้น แต่ต้องใช้เวลาอีกหลายปี การประชุมวันนี้จะเป็นการสะท้อนความเห็นว่าคนในพื้นที่อยากให้การบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างไร อยากให้จัดทำแผนแม่บทนี้เป็นแผนชี้นำที่จะนำไปสู่การปฏิบัติจริง มีการกำหนดยุทธศาสตร์ว่าควรจะเกิดโครงการอะไรบ้าง เช่น การแก้ปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค การบำบัดน้ำเสีย ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดก็มีแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งจัดทำผังน้ำเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมประสานขอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของการรถไฟฯ พัฒนาเป็นแหล่งกักเก็บน้ำโดยไม่กระทบกับการเดินรถ โดยมีพื้นที่ต้นแบบที่ ต.ห้วยทราย อ.เมืองประจวบฯ และกำลังขยายผลไปในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งแผนของ สทนช.ควรจะต้องสอดคล้องกับแผนของจังหวัดด้วย เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 มาตรา 35 (1) ได้กำหนดให้คณะกรรมการลุ่มน้ำมีหน้าที่และอำนาจในการจัดทำแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ เสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อให้ความเห็นชอบ คณะกรรมการลุ่มน้ำจึงได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ จำนวน 22 ลุ่มน้ำ เสนอ กนช. พิจารณา เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำดังกล่าว และให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำนี้ไปใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ
อย่างไรก็ตาม แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำฉบับนี้ยังมีข้อจำกัดที่ต้องดำเนินการปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ เช่น บางแผนงานยังไม่มีค่าเป้าหมาย รวมถึงบางลุ่มน้ำยังไม่ได้นำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Environmental Assessment: หรือ SEA มาใช้ในการจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ เป็นต้น คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติจึงเห็นควรให้คณะกรรมการลุ่มน้ำดำเนินการปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำให้มีความสมบูรณ์ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จึงได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580) และได้ว่าจ้างให้กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ให้เป็นผู้ศึกษาจัดทำแผนแม่บทฯ ในครั้งนี้
ภูมิภาค30







