น้ำมันพุ่งไม่หยุด! เกษตรกรเลี้ยงปลากะพงชุมพรแบกต้นทุนอ่วม จ่อขยับราคา-หวั่นกระทบผู้บริโภคทั้งระบบ
วันที่ 3 เมษายน 2569 สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำลังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาคการประมงในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในคลองท่านางสังข์ หมู่ 4 ตำบลท่ายาง อำเภอเมืองชุมพร ที่ต้องเผชิญภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมีแนวโน้มต้องปรับราคาจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้
นายชัชชานนท์ รัตนาภรณ์ หรือ “แชมป์” อายุ 30 ปี พร้อมด้วยนายประมวล นิลมา อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในพื้นที่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงในคลองท่านางสังข์รวมประมาณ 20 ราย กำลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับ เพื่อจัดซื้อเหยื่ออาหารปลาที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน
ขณะเดียวกัน แพปลาซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายเหยื่ออาหารปลากะพง ก็เริ่มส่งสัญญาณเตรียมปรับราคาขึ้นเช่นกัน เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้เกษตรกรต้องเผชิญภาระซ้ำซ้อน และอาจต้องปรับราคาปลากะพงตามกลไกตลาด เพื่อความอยู่รอดของอาชีพ
แม้ราคาปลากะพงจะมีการขยับขึ้นบ้างตามราคาสินค้าอื่น ๆ แต่ยังปรับขึ้นในอัตราที่ไม่มากนัก เนื่องจากเกษตรกรยังคงเห็นใจพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่มารับซื้อถึงหน้ากระชัง โดยแต่ละรายจะรับซื้อเพียงประมาณ 10-20 ตัว และในปัจจุบันไม่มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อเหมือนในอดีต
สำหรับราคาจำหน่ายปลากะพงหน้ากระชังนั้น จะเป็นการตกลงกันระหว่างผู้เลี้ยงและผู้ซื้อเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่มักยึดราคาตามความสามารถของแม่ค้าที่มารับซื้อ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 160 บาทขึ้นไป และหากเป็นปลาขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัมต่อตัว อาจได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 170 บาท
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรระบุว่า หากราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยไม่มีการควบคุมต้นทุนจากภาครัฐ อาจทำให้ไม่สามารถแบกรับภาระได้อีกต่อไป และจำเป็นต้องปรับราคาปลากะพงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในวงกว้าง จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล โดยเฉพาะการควบคุมราคาน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญของต้นทุนการผลิต เพื่อให้ประชาชนยังสามารถเข้าถึงอาหารทะเลในราคาที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ปลากะพงที่เลี้ยงในคลองท่านางสังข์ เป็นการเลี้ยงในกระชังตามธรรมชาติในน้ำกร่อยที่มีการถ่ายเทหมุนเวียนตลอดเวลา ส่งผลให้ปลามีความแข็งแรง สมบูรณ์ และเนื้อไม่มีกลิ่นคาว แตกต่างจากการเลี้ยงในบ่อทั่วไป
เสียงสะท้อนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่กำลังลุกลามไปยังภาคการผลิตอาหารของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภูมิภาค70







