เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ศูนย์วอร์รูมอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Warroom IAC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ หลังพบผู้เสียหายหญิงสูงอายุในพื้นที่ อ.เทพสถิต ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินรวมแล้วกว่า 3,000,000 บาท และกำลังจะถูกหลอกเพิ่มอีก 1,000,000 บาท
พล.ต.ต.สุจริต ปาณเล็ก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ สั่งการเร่งด่วนให้ สภ.บำเหน็จณรงค์ เข้าตรวจสอบ พบผู้เสียหายคือ น.ส.อำไพ (สงวนนามสกุล) อายุ 79 ปี อาศัยอยู่ลำพัง ถูกคนร้ายแอบอ้างเป็นตำรวจโทรแจ้งว่าบัญชีเกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมาย และหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์
ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปแล้ว 3 ครั้ง ครั้งละ 1,000,000 บาท รวม 3,000,000 บาท จนเงินในบัญชีหมด เหลือเพียงพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้าย แต่ยังถูกหลอกให้ไปแลกเป็นเงินสดเพื่อโอนเพิ่ม
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผน “ซ้อนแผนจับกุม” โดยให้ผู้เสียหายติดต่อกลับไปยังขบวนการ แจ้งว่าสามารถนำเงิน 1 ล้านบาทมาให้ได้ และนัดให้มารับเงินที่บ้านพักใน อ.เทพสถิต กระทั่งเวลา 19.00 น. คนร้ายเดินทางมาถึง โดยใช้บริการรถรับจ้างจากกรุงเทพฯ เมื่อกำลังลงจากรถเพื่อรับเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเข้าจับกุมทันที
ผู้ต้องหาทราบชื่อคือ นายฟ่าน จูหมิง อายุ 32 ปี สัญชาติจีน จากการสอบสวนผ่านล่าม ให้การรับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในขบวนการสแกมเมอร์ ทำหน้าที่รับเงินจากเหยื่อเพียงอย่างเดียว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวดำเนินคดี พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายต้นทางของขบวนการ
ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ฝากเตือนประชาชนว่าหากมีบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โทรแจ้งว่าบัญชีมีปัญหาและให้โอนเงิน “เพื่อตรวจสอบ” ขอให้ตั้งข้อสงสัยทันที เพราะไม่มีหน่วยงานรัฐใดมีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินลักษณะดังกล่าวหากพบเหตุผิดปกติ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








