วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร.) ประชุมขับเคลื่อนงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของ ศปอส.ตร. โดยมี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. และผู้แทนหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ร่วมประชุม
พล.ต.อ.ธนา กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ชมเชยการปฏิบัติงานของ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ในการช่วยเหลือผู้เสียหายจากกลุ่มอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่ให้ถูกหลอกให้โอนเงินจำนวน 3 ล้านบาท ได้อย่างทันท่วงที ขอให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติเป็นแนวทาง รวมถึงให้ประสานกับธนาคารในพื้นที่กรณีที่มีการโอนเงินในจำนวนมากผิดปกติ ขอให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าทำการตรวจสอบเพื่อระงับยับยั้งมิให้เกิดความเสียหายขึ้น. จึงได้มีข้อสั่งการไปยังหน่วยต่าง ๆ ทั่วประเทศ กำชับว่า กลุ่มผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ได้ดำเนินการออกหมายจับและมีหมายตำรวจสากลสีแดงแล้ว ให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการประสานความร่วมมือกับประเทศที่ผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวเพื่อทำการจับกุมตัว และส่งตัวกลับประเทศไทย นำตัวผู้ต้องผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย รวมทั้งต้องมีมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจสอบการนำเงินข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย เน้นการสกัดกั้นคนไทยที่ลักลอบข้ามแดนไปทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการเป็นเหยื่อหรือผู้สมรู้ร่วมคิดในแก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และหน่วยพื้นที่ชายแดนต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนในการรับตัวคนไทยส่งกลับ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามหลักมนุษยชน
กรณีศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ได้ส่งรายการข้อมูล รายงานการถอนเงินสดจากธนาคารสาขาและตู้กดเงินสดที่ผู้ต้องหาใช้ถอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไปยังหน่วยพื้นที่รับผิดชอบ ให้เร่งรัดทำรายงานการสืบสวนให้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์โดยเร็ว เพื่อใช้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และให้ทุกหน่วยประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ทั้งการจับกุมผู้กระทำความผิด การให้การช่วยเหลือเหยื่อ รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและสังคมว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับเรื่องอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
พล.ต.ท.จิรภพ. กล่าวว่า สั่งการไปยังหน่วยต่าง ๆ ให้ดำเนินการกวาดล้างจุดพักคอยชายแดน บูรณาการร่วมทหาร-ตำรวจ-ปกครอง ลาดตระเวนสกัดกั้นเพื่อปิดตายช่องทางธรรรมชาติ หากจับกุมได้ต้องสืบสวนขยายผลถึงตัวการ และผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ รวมทั้งเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบโรงแรม รีสอร์ท และสถานีขนส่ง เพื่อป้องกันมิให้ใช้เป็นจุดพักคอยในการลำเลียงบุคคลไปเป็นบัญชีม้า หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเคร่งครัดทุกกรณี และให้รวบรวมข้อมูลข่าวสารและเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และสั่งการเชิงรุกในการตัดวงจรขบวนการอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ สั่งการให้สกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และคนต่างด้าวถูกหลอกลวงหรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติโดยเคร่งครัด รวมทั้งให้เฝ้าระวังการย้ายฐานที่ตั้งของเครือข่ายสแกมเมอร์จากชายแดนฝั่งตะวันออกไปฝั่งตะวันตก พร้อมกำชับห้ามมิให้มีการเรียกรับหรือรับผลประโยชน์จากกลุ่มสแกมเมอร์โดยเด็ดขาด หากตรวจพบจะดำเนินการทางวินัยและอาญาทุกราย








