วันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจนายวิกโยธินตราด(ฉก.นย.ตราด)น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผบ.ฉก.นย.ตราด ต้อนรับ พลเรือตรี พันณรงค์ ยุทธวงศ์ เลขานุการกองทัพเรือ และสื่อมวลชนส่วนกลาง นำโดยนางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร จากหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และสื่อโทรทัศน์หลายช่อง เช่น ช่อง 7 ช่องไทยพีบีเอส ช่อง 9 อสมท. หรือ ท๊อปทีวี เป็นต้นรวมกว่า 30 คน ที่เดินทางมาระหว่าง 25-27 มีนาคม 2569 บ้านท่าเส้น - บ้านทมอดา ต.แหลมลกัด บ้านชำราก ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด และบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
หลังแนะนำตัวและภารกิจของการเดินทางมาครั้งนี้แล้ว น.อ.ธรรมนูญ ได้นำภาพวีทีอาร์สรุปการสู้รบระหว่างกำลังทหารทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะ การสู้รบระหว่างวันที่ 9-14 ธันวาคม 2569 ซึ่งวันแรกที่มีการสู้รบกันนั้น เป็นการเปิดการสู้รบที่ดุเดือด และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด และหน่วยขึ้นตรงได้นำทหารเข้าพื้นที่สู้รบในพื้นที่บ้าน 3 หลัง ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายที่ทางฝ่ายเราต้องการยึดกลับคืนมา แต่การเข้าไปกลับได้รับการตอบโต้กลับมาอย่างรุนแรง
หลับฝ่ายเราได้บุกเข้าไปในพื้นที่และใช้ปืนใหญ่จากฝั่งจ.ตราดทีืตั้งห่างจากชายแดน 29 กม.ยิงเข้าไปสนับสนุน แต่ของเรายิงไม่ต่อเนื่องจึงส่งผลกระทบต่อกำลังทหารนาวิกโยธินที่ส่งไปรวมทั้งตนเองและผบ.พันที่เข้าไปในพื้นที่เกือบเอาตัวไม่รอด จึงต้องล่าถอยออกมา และกลับมาวางแผนการรบกันใหม่
“เราได้บทเรียนจากการที่เข้าไปโดยไม่ระวังตัวทำให้เกือบเอาตัวไม่รอด จึงออกมาวางแผนการสู้รบใหม่เพื่อให้เราได้เปรียบ ซึ่งได้ร่วมกับหน่วยรีคอล และหน่วยชีลของกองทัพเรือเข้ามาสนับสนุน และได้เอฟ-16 เข้ามาสนับสนุนและทิ้งระเบิดสะพานและกาสิโนทมอดา พร้อมยึดบ้าน 3 หลังได้ด้วยการตรึงกำลังไม่ให้ทหารกัมพูชาเข้ามาสนับสนุนในพื้นทีีทั้งฟากบ้านชำราก และบ้านทมอดา ทำให้เราสามารถพื้นที่ได้ทั้งหมด และยกธงขึ้นในพื้นที่ได้สำเร็จ ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้ทำการหารือกับหน.กำลังพลของกัมพูชาที่รู้จักกัน แต่เมื่อต้องมำหน้าที่จึงต้องปฏิบัติการตามนโยบายของเรา เพราะเจาจรแล้วไม่ออกก็ต้องกดดันออกไป“
น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ยังได้ตอบคำถามจากสื่อมวลชนทั้งในเรื่่องโอกาสในการสู้รบ ซึ่งพบว่า มีแนวโน้มที่จะต่อสู้กันอีก จากการเคลื่อนไหวและยั่วยุกำลังพลในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ฝ่ายเราพร้อม ซึ่งครั้งนี้ฝ่ายเราป้องกันพื้นที่แต่ฝ่่ายกัมพูชาบุกเพื่อเอาพื้นที่คืนบ้างสลับกันไป ก่อนหน้านี้ 1 วันยังมีการยั่วยุจากฝั่งกัมพูขาด้วยการยิงปืนเข้ามา ซึ่งพบว่า ในพื้นที่มีความขัดแย้ง และมีการจะโยกย้ายหน.หน่วยทหารในพื้นที่บ้านทมอดาจึงแสดงอาการออกมาเพื่อสร้างกระแสต่อต้าน ทางเราจึงไม่โต้ตอบมแต่จะได้ทำหนังสือประท้วบไปเพื่อเก็บหลักฐาน
ส่วนกรณีแกงค์สแกรมเมอร์นั้น ในพื้นที่นี้เคยเป็นพื้นที่สัปทานของออกญาตรีเพียบ แต่เมื่อไม่สามารถเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรได้ จึงปล่อยกลุ่มทุนชาวจีนเช่าและมาทำเป็นกาสิโน รวมทั้งมีแกงค์สแกรมเมอร์อยู่ในพื้นที่ 2-3 พันคน แต่ไม่มีคนไทย แต่มีกลุ่มชาวเอเซียใต้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน หรือบังคลาเทศอยู่ซึ่งที่ผ่านมามีชาวเวียตนาม และจีน หลบหนีเข้ามา 18-20 คนเพื่อขอความช่วยเหลือ และอยู่ระหว่างการดำเนินคดี
จากนั้น คณะของเลขานุการ กองทัพเรือ และสื่อมวลชนเดินทางไปยังบ้านทมอดา ต.เวียงเวล อ.เวียงเวล จ.โพธิสัต เพื่อดูสภาพพื้นที่สู้รบในพื้นที่ซึ่งจุดแรกพาไปที่บริเวณอาคารกาสิโนที่ถูกเอฟ-16 ทิ้งระเบิดจนได้รับความเสียหายทั้ง 2 อาคารและใช้งานไม่ได้ โดยได้ชี้ให้เห็นถึงสภาพปัญหาต่างๆในพื้นที่ และอีกจุดหนึ่ง คือ บริเวณที่ตั้งแนวตู้คอนเทรนเนอร์ไว้ที่มีกัน จอมพลังรอรับคณะอยู่และได้พูดคุยและอธิบายถึงสถานการณ์ให้เลขานุการกองทัพเรือได้รับทราบ และน.อ.ธรรมนูญ วรรณา ยังได้นำคณะสื่อมวลชนขึ้นไปชมบังเกอร์ที่ตั้งอยู่บนตู้คอนเทรนเนอร์ปิดกันช่องทางเข้ามายังฝั่งไทย ระหว่างนั้น มีทหารกัมพูชาที่ตั้งฐานอยู่ได้เดินเข้ามาตรวจสถานการณ์และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพไว้ และพูดคุยกับผบ.ฉก.นย.ตราดอย่างเป็นกันเอง
หลังจากคณะของเลขานุการกองทัพเรือและคณะสื่อมวลชนเดินทางต่อไปยังบ้านสามหลังในตำบลชำราก เพื่อชมพื้นที่สู้รบซึ่งทหารทั้งสองฝ่ายได้สู้รบกันดุเดือด และมีทหารกัมพูชา 7 นายเสียชีวิตไป ส่วนฝ่ายทหารไทยไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงได้รับบาดเจ็บเท่านั้น







