วันที่ 29 มีนาคม 2569 พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านเป็ด ทำการควบคุมตัวนายนรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาว อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด หลังก่อเหตุลักทรัพย์ร้านทองในเขต ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยจุดแรกเป็นตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มน้ำมัน ริม ถ.มะลิวรรณ ซึ่งผู้ต้องหาใช้กดเงินสด จุดที่ 2 เป็นบริเวณที่ผู้ต้องหาทิ้งบัตรเอทีเอ็ม จุดที่ 3 เป็นจุดจอดรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ซึ่งจอดทิ้งไว้ที่ศาลาที่พักผู้โดยสารบ้านทุ่ม ม.12 ห่างจากร้านทองประมาณ 800 เมตร และจุดสุดท้ายเป็นร้านที่เกิดเหตุใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น
พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านทองว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ภายในร้าน จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น (ศพฐ.4) เข้าร่วมตรวจสอบและเก็บลายนิ้วมือแฝงจากการตรวจสอบพบว่า ภายในร้านทองมีร่องรอยถูกเจาะฝ้าเพดานเป็นรูขนาดเท่าตัวคนสามารถมุดเข้าออกได้ บริเวณพื้นพบเศษฝ้าตกกระจาย
ขณะที่การตรวจสอบหลังคาด้วยโดรนพบว่า แผ่นหลังคาถูกตัดเป็นช่องขนาดใหญ่พอให้คนเข้าออกได้ และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 28 มี.ค.คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 20–30 ปี สวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขายาว และสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า ได้เดินผ่านหน้าร้าน ก่อนนำเก้าอี้ไปวางบนถังน้ำแข็งเพื่อปีนขึ้นหลังคา จากนั้นตัดหลังคาและเจาะฝ้าเพดานลงไปภายในร้าน แล้วงัดเหล็กลูกกรงเพื่อเข้าไปค้นหาทรัพย์สิน โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นบัตรเอทีเอ็มและเหรียญกษาปณ์ ก่อนจะหลบหนีออกทางประตูด้านหลังร้าน โดยใช้กุญแจเปิดออก จากนั้นเดินกลับไปขึ้นรถยนต์กระบะ ก่อนขับไปเติมน้ำมัน และนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.เพชรน้ำเอก สาขาบ้านทุ่ม จำนวน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 25,000 บาท
ขณะเกิดเหตุ เจ้าของร้านได้รับแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารว่ามีการถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว กระทั่งรุ่งเช้าเมื่อมาเปิดร้านจึงพบว่าถูกคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบเส้นทางหลบหนีจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายใช้รถยนต์กระบะสีขาว มีหลังคาสูงแบบปิดทึบ และสามารถติดตามทะเบียนรถจนทราบว่าเป็นรถของบริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่งในภาคอีสานตอนบน โดยมีนายนรินทร์เป็นลูกจ้างขับรถส่งสินค้า และรถคันดังกล่าวติดตั้งระบบจีพีเอส ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ติดตามสัญญาณจีพีเอส จนพบตัวนายนรินทร์ที่ร้านเกมส์แห่งหนึ่งในชุมชนกังสดาล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยจอดรถยนต์ไว้ริมถนนหน้าร้าน เมื่อผู้ต้องหาเดินมาขึ้นรถ เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัว และนำมาสอบสวน"
พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน นายนรินทร์ให้การว่า มีปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากบิดาติดคุกในคดียาเสพติดมานานกว่า 1 ปี มารดาต้องทำงานรับจ้างเลี้ยงดูลูกอีก 4 คน ขณะที่ตนเองมีรายได้จากการขับรถส่งสินค้าเพียงวันละ 300 บาท และมารดามักโทรมาขอเงินเนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง ไม่มีผู้ร่วมกระทำผิด และไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า เพียงเคยขับรถผ่านร้านและสังเกตว่าเวลากลางคืนไม่มีคนอยู่ จึงตัดสินใจปีนขึ้นหลังคา ใช้คีมตัดแผ่นหลังคา และใช้ไขควงเจาะฝ้าเพดานเพื่อเข้าไปภายในร้าน โดยไม่ได้หวังจะลักทองคำ เพียงต้องการทรัพย์สินใดก็ได้เพื่อนำไปขายภายในร้านพบเพียงบัตรเอทีเอ็มที่มีการเขียนรหัสไว้ด้านหลังบัตร จึงนำไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรก 2,000 บาท และครั้งที่สอง 23,000 บาท รวม 25,000 บาท จากนั้นนำเงินไปเติมน้ำมัน 1,100 บาท ส่วนที่เหลือเก็บไว้เพื่อนำไปฝากธนาคารและโอนให้มารดา แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน
"เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้เป็นเงินสด บัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ และอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ ได้แก่ คีมตัดเหล็ก 1 อัน และไขควง 1 อัน นอกจากนี้ ระหว่างการทำแผน ผู้ต้องหาได้ชี้จุดทิ้งบัตรเอทีเอ็มในป่าละเมาะใกล้ปั๊มน้ำมัน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบบัตรเอทีเอ็มอีก 1 ใบตามคำให้การ อย่างไก็ตามภายหลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตามกฎหมายต่อไป"








