ข่าวภูมิภาค

วิกฤตน้ำมันขาดแคลน! บางสะพานน้อยเรือจอดนับสิบ ปลาขาดตลาด ท่องเที่ยวสะดุดหนัก

แชร์ข่าว

สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในอำเภอบางสะพานน้อยส่งผลกระทบทั้งชาวประมง, แม่ค้า, และผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ต้องหยุดเดินเรือ เนื่องจากน้ำมันราคาแพงและหาซื้อไม่ได้ ทำให้ปลาขาดตลาดและธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ

วันที่ 20 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณคลองหาดสน ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย พบเรือประมงชายฝั่งและเรือนำเที่ยวจอดเรียงรายกว่า 50 ลำ สะท้อนภาพวิกฤตที่กำลังบีบคั้นวิถีชีวิตชุมชนชายทะเลอย่างหนัก

นายอุดม ทองคำ ชาวประมงพื้นบ้าน เปิดเผยว่า ปัญหาน้ำมันขาดแคลนทำให้ชาวประมงเดือดร้อนอย่างหนัก ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ 2 แห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย ต้องเดินทางไปซื้อไกล บางครั้งต้องนำแกลลอนไปใส่ แต่กลับถูกปฏิเสธการขาย เนื่องจากปั๊มกังวลเรื่องการกักตุน

“ทั้งที่ความจริงเราจะเอาไปใส่เรือออกทะเล แต่พอปั๊มไม่ขายก็ต้องกลับมือเปล่า หลายคนเลยต้องหยุดทำประมง” นายอุดมกล่าว พร้อมระบุว่า ราคาน้ำมันยังพุ่งจากลิตรละ 31 บาท เป็น 36 บาท ยิ่งซ้ำเติมต้นทุน

ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ชาวประมง แต่ลุกลามไปถึงแม่ค้าที่รับซื้อปลา เนื่องจากไม่มีปลาสดไปจำหน่าย ส่งผลให้ชาวบ้านขาดแคลนอาหารทะเลในพื้นที่

ด้านผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวเผยสถานการณ์ไม่ต่างกัน นายประจักษ์ ทองรัตน์ เจ้าของเรือดำน้ำ ระบุว่า ปัจจุบันต้องใช้วิธี “เวียนเทียนซื้อน้ำมัน” เนื่องจากปั๊มจำกัดการขายเพียงครั้งละ 500 บาท ทั้งที่การออกเรือต้องใช้น้ำมันอย่างน้อย 100 ลิตร ทำให้บางวันต้องจอดเรือ งดให้บริการนักท่องเที่ยว

“ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว แต่กลับต้องมาเจอปัญหาน้ำมันแบบนี้ หากไม่เร่งแก้ไข ธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จะเสียหายหนัก” นายประจักษ์กล่าว

รายงานข่าวระบุว่า ปั๊มน้ำมันในพื้นที่เปิดขายเฉพาะช่วงที่มีรถขนน้ำมันมาส่ง โดยขายเพียงวันละ 1-2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง และเมื่อหมดจะขึ้นป้าย “น้ำมันหมด” ทันที

ขณะที่ภาคประมงได้รับผลกระทบทุกระดับเรือเล็กใช้น้ำมัน 10 ลิตร ยังซื้อไม่ได้เรือขนาดกลางต้องใช้ 50 ลิตรขึ้นไป แต่ถูกจำกัดยอดซื้อเรือพาณิชย์ต้นทุนพุ่ง จากน้ำมันเขียวลิตรละ 20-21 บาท เป็น 36 บาท นอกจากนี้ กลุ่มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ต้องใช้เครื่องยนต์สูบน้ำก็เผชิญปัญหาเดียวกัน ต้นทุนพุ่ง แต่ราคาสินค้ากลับลดลง ชาวประมงและผู้ประกอบการต่างเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อนวิกฤตจะลุกลามกระทบเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้างมาก