วันที่ 20 มี.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
รบ.แจงไม่มีไอ้โม่งตุนน้ำมัน โยน ปชช.แตกตื่นกักตุนกันเอง เผยพ่อค้าหน้าเลือดซื้อน้ำมันก่อนสงครามมาขายแพงราคามีสงคราม ชี้นายทุนงกเงินขูดรีดกำไรแล้ว 1.4 หมื่นล้าน ลั่น ยามคนทุกข์ยากมีเงินไปทำไม ควรช่วยพี่น้องร่วมชาติได้ประคองชีวิตให้พ้นวิกฤต จี้ “หนู” อย่าลอยชายหนีปัญหา เร่งรีบคว้าโอกาสปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ
เมื่อ 19 มี.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยหวั่นเกรงว่า น้ำมันขาดแคลนและมีราคาสูงขึ้น ขณะที่พ่อค้าสูบโกยกำไรกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ยิ่งซ้ำเติมอารมณ์เดือดให้ประชาชนเพิ่มทวีขึ้นถึงขั้นข้าวยากหมากแพง แล้วก่อหวอดบานปลายจนควบคุมไม่อยู่
"ถ้าประชาชนรู้สึกว่า เป็นการเอารัดเอาเปรียบ รัฐบาลให้ท้ายพ่อค้าน้ำมัน และถ้าไม่ปฏิรูปน้ำมันก็จะลากประเทศไปสู่สถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดและบานปลายลากเครื่องอุปโภค บริโภค ปุ่ย อาหารขาดแคลน ราคาแพงอีก ถ้าวางแผนไม่ดีจะเกิดชุลมุนมากที่สุด ดังนั้น การรองรับสถานการณ์นี้จึงต้องเป็น ครม.ในยามวิกฤตเพราะการแก้ปัญหากับพ่อหน้าเลือดมันไม่ง่าย”
อีกทั้งกล่าวว่า สงครามตะวันออกกลางปะทุสู้รบตอบโต้กันแรงขึ้นมา 20 วันแล้ว ส่วนไทยยังขาดแคลนน้ำมัน และน้ำมันที่ใช้ขณะนี้ได้นำเข้าในราคาก่อนมีสงคราม แต่ประชาชนต้องจ่ายชดเชยให้พ่อค้าด้วยราคาบวกเพิ่มกำไรกินเปล่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท โดยรัฐควักเงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนให้ต่อลิตรเกือบ 20 บาท
กรณีมีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ บอกปัดว่า ไม่มีไอ้โม่ง มีแต่ประชาชนตื่นตกใจจึงแห่ไปเติมตุนน้ำมันกันไว้ ซึ่งนายจตุพร ไม่เชื่อว่า ประชาชนจะกักตุนกันได้มากมาย แต่สิ่งสำคัญคือ ท่ามกลางปัญหาวิกฤตนี้ ไทยปล่อยให้พ่อค้าน้ำมันใช้โครงสร้างเอารัดเอาเปรียบคนไทยในยามสงครามและน้ำมันขาดแคลน
"วันนี้รัฐบาลจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินควบคุมราคาน้ำมันและสินค้าก็ยังได้ ในยามสงครามคนไทยเดือดร้อน แต่พ่อค้าน้ำมันได้กำไรกว่า 1.4 หมื่นล้าน จากเดิมที่มีกำไรอยู่แล้วก็บวกเพิ่มมากไปอีก จึงขอเรียกร้องถึงนายอนุทิน ปฏิรูปโครงสร้างพลังงานเสียเถอะ อยู่กันแบบนี้ลากไปไม่ไหวหรอก"
อีกทั้งกังขาว่า การซื้อน้ำมันก่อนสงครามเกิด พ่อค้าไม่มีความสุ่มเสี่ยงอะไรเลย แล้วทำไมรัฐบาลต้องเอาเงินไปอุดหนุนพ่อค้าสูบโกยกำไรบนความเดือร้อนของประชาชน ปัญหาแบบนี้รัฐบาลต้องรื้อโครงสร้างน้ำมัน ไม่เช่นนั้นคงรับมือไม่ไหว
“ถ้ารัฐไม่มีมาตรการเด็ดขาดปราบพ่อค้าทั้งในและต่างประเทศแล้ว สถานการณ์จะนำพาไปสู่ความโกลาหล แม้นายอนุทิน มีท่วงทำนองแห่งมิตรไมตรี แต่ต้องกล้าตัดสินใจ เลือกข้างประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในวิตฤตนี้ต้องใช้โอกาสรื้อกันทั้งหมด แจงกระบวนการทุนผลิตมีเท่าไร ขายราคาเท่าไร ซึ่งจะได้แก้ไขนำพากันไปได้”
นายจตุพร กล่าวว่า พ่อค้า กลุ่มทุนน้ำมันมีทั้งดีและไม่ดี เมื่อบ้านเมืองมีวิกฤตต้องร่วมด้วยช่วยกันประคับประคองให้รอด ถ้าประชาชนเดือดร้อน มีความยากลำบาก พ่อค้าจะกอบโกยเอาเงินไปทำไมกัน ยิ่งในยามวิกฤตแล้วไปสูบเพิ่มกำไรอีก 1.4 หมื่นล้านกันทำไม
รวมทั้งกล่าวถึงทีมเศรษฐกิจในยามวิกฤตครั้งนี้ ต้องตรวจสอบสต๊อกสินค้าทุกอย่าง ทั้งข้าว ยา และเครื่องใช้จำเป็นต่างๆ เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ และถึงหน้าแล้งเกิดไม่เพียงพอจะทำอย่างไร ทุกเรื่องจึงยากที่สุดในยามวิกฤตนี้
นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบแหล่งพลังงานสำรองที่กลุ่มทุนกินฟรีมาตลอดนั้นจะรับมือความเดือดร้อนได้อย่างไร ซึ่งรัฐบาลโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รับผิดชอบศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ต้องชี้แจงให้ประชาชนรับรู้อย่างกระจ่างชัดและให้เข้าถึงอารมณ์ความรู้ตื่นกังวลกับผลกระทบของสงครามที่เริ่มหนักขึ้น เพราะเมื่อมีพ่อค้าน้ำมันได้ประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชน ท้ายสุดหากบานปลายขึ้นจะเอาไม่อยู่
#จตุพร #ไอ้โม่ง #น้ำมันแพง #วิกฤตน้ำมัน #รัฐบาล #พลังงาน #ปฏิรูปพลังงาน #การเมือง #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








