การเดินหน้าจัดสรรเก้าอี้ “รัฐมนตรี” ในครม.ใหม่ “อนุทิน2” กำลังขยับไปอย่างเข้มข้น และมีความชัดเจนว่าในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ค่อนข้างลงตัวหมดแล้ว
ส่วนที่ยังยุ่ง อีรุงตุงนังกันอยู่ น่าจะอยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคเพื่อไทย เมื่อเวลานี้ “อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด” ไม่ได้อยู่ที่ “นายใหญ่” อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯและผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรค ยังอยู่ในเรือนจำ
และเมื่อ “กลุ่ม2ส.” ทั้ง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำคนสำคัญ เข้ามามีบทบาทในพรรคมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา เท่ากับว่าในพรรคเพื่อไทย จึงมีแรงกระเพื่อมภายในพรรค จนกว่า การจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ที่ได้รับโควตาจากพรรคภูมิใจไทย จะลงตัว
การเมืองกำลังระทึก ปรากฏว่า วันนี้ บ้านใหญ่ "หวังศุภกิจโกศล" กำลังเจอกับแรงสั่นสะเทือน เมื่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสอไอ) เรียกตัวเข้าสอบสวน กรณี คดีการบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์หาดสวนยา ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
และคดีนี้มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นธุรกิจของครอบครัว ของ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลูกสาว “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีต สส. พรรคเพื่อไทย และ “ยลดา หวังศุภกิจโกศล” หรือ เจ๊หน่อย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา และกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด) ซึ่งมีพฤติการณ์บุกรุกขุดบ่อน้ำสาธารณประโยชน์ จำนวน 3 บ่อ มีเนื้อที่ประมาณ 16-1-58.4 ไร่ เพื่อใช้ประโยชน์ในโรงงานแป้งมัน
เรื่องนี้เป็นประเด็นสร้างความฮือฮา เนื่องจากมีความคืบหน้าในห้วงที่ สุดาวรรณ มีชื่อจ่อคิวเข้าชิงเก้าอี้รัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย
ทั้งนี้กำนันป้อ ยืนยันว่า ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเป็นเรื่องของบริษัทฯ และมีโฉนดทุกแปลง
ส่วนเรื่องนี้จะเป็นเกมการเมืองหรือไม่ กำนันป้อ บอกว่า “ น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่มองว่าไม่ได้ถูกกลั่นแกล้ง” ส่วนจะเป็นประเด็นการสกัดเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ เขาระบุว่า “ไม่ใช่”
ขณะที่ไม่มีความเคลื่อนไหวจากสุดาวรรณ ปรากฏตัวพร้อมกับพ่อ ในวันนี้ โดยมีรายงานว่าได้ใช้เอกสิทธิ์ การเป็นสส.คุ้มครองตัวเอง
ทางด้าน “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รมว.ยุติธรรม คนของพรรคภูมิใจไทย เอง ปฏิเสธกับสื่อว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง และตนเองไม่รู้อินไซด์ ว่าจะมีการเรียกคนในครอบครัวศุภกิจโกศลโดยดีเอสไอ วันนี้ และเรื่องนี้อยู่ที่ดีเอสไอนานแล้ว
แน่นอนว่าสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมกระทบกับ สุดาวรรณ มากที่สุด เพราะอย่าลืมว่า เธอเองมีชื่อติดโผ ว่าจะได้เข้าไปนั่ง “รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” และสุดาวรรณ เองถูกจับตามาโดยตลอดว่า ด้วยบารมีของผู้เป็นพ่อ คือ กำนันป้อ หนุนให้เธอเองได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี สำคัญมาแล้วทั้งรมว.ท่องเที่ยวฯ รวมทั้งรมว.วัฒนธรรม
เช่นเดียวกับรอบนี้ ที่ชื่อสุดาวรรณ ติดโผอีกครั้ง เพียงแต่ที่แตกต่างไปจากเดิมคือครั้งนี้มี “แรงต้าน” จากคนในพรรคเพื่อไทยด้วยกัน เองว่า เหตุใด โคราช ถึงได้เก้าอี้รัฐมนตรี ถึง “2 คน” คือสุดาวรรณ กับ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ก่อนที่ต่อมา ชื่อของประเสริฐ ก็ถูกต้านเช่นกัน
ในสภาวะโรคแทรกซ้อน เช่นนี้ ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ล้วนไม่เป็นผลดี ต่อบ้านใหญ่หวังศุภกิจโกศล กลุ่มการเมืองที่ทรงอิทธิพล แห่งโคราช
เมื่อสุดาวรรณต้องมาเจอกับคดีรุกที่ และอยู่ในมือกระรวงยุติธรรม กระทรวงสายตรงของพรรคสีน้ำเงิน ส่วนคนที่รอลุ้นเก้าอี้ ในพรรคเพื่อไทย ด้วยกันเอง อาจพอมีหวัง เรื่องการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี !








