วันที่ 17 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ไม่เพียงกระทบค่าขนส่งเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก ซึ่งต้องใช้เม็ดพลาสติกนำเข้าในการผลิต ทำให้เริ่มมีการปรับราคาสูงขึ้นตามต้นทุน
นายทรงศักดิ์ เตรียมไธสง อายุ 50 ปี เจ้าของร้านอาหารอีสาน ริมถนนสายบุรีรัมย์–สตึก ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหารมีการปรับราคาขึ้นจากเดิมถุงละ 38 บาท เป็นประมาณ 42 บาท หรือเพิ่มขึ้น 4–5 บาทต่อถุง ขณะที่ยางรัดก็ปรับราคาขึ้นในลักษณะเดียวกัน แม้ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นดูไม่มาก แต่เมื่อคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์พบว่าปรับขึ้นมากกว่า 20% และเมื่อร้านต้องใช้ถุงจำนวนมากในแต่ละวัน ต้นทุนรวมจึงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะร้านอาหารที่เน้นขายใส่ถุงหรือเดลิเวอรี
นายทรงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยลูกค้าส่วนใหญ่นิยมสั่งอาหารกลับบ้านหรือให้ไปส่งมากขึ้น ทำให้การใช้ถุงพลาสติกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังมีต้นทุนค่าน้ำมันสำหรับการจัดส่งที่สูงขึ้นซ้ำเติมเข้าไปอีก นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู หรืออาหารทะเล ที่มีแนวโน้มปรับราคาขึ้น หากผู้ผลิตและซัพพลายเออร์อ้างต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องแบกรับภาระมากขึ้นเป็นเท่าตัว อย่างไรก็ตาม แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นรอบด้าน ทั้งค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าน้ำมัน และวัตถุดิบ แต่ทางร้านยังคงพยายามตรึงราคาอาหารไว้เท่าเดิม เนื่องจากกังวลว่าหากปรับขึ้นราคา อาจทำให้ลูกค้าลดลงและสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในพื้นที่
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มหาทางปรับตัว เช่น ลดการใช้ถุงโดยชวนลูกค้านำภาชนะมาเอง หรือบริหารจัดการเส้นทางการส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนเท่าที่จะทำได้ในช่วงที่ภาวะค่าครองชีพยังคงผันผวน







