หิ้วแกลลอนไปซื้อปั๊มไม่ขายให้ต้องเติมรถมอเตอร์ไซค์แล้วเอาไปดูดออกใส่เครื่องสูบน้ำ หนำซ้ำรถขนส่งข้าวโพดโดนด้วยเติมน้ำมันได้เพียง 2,500 บาทจากวิ่งขาเดียวใช้ 5,000 ไปลุ้นหาเติมระหว่างทางวอนรัฐ
วันที่ 15 มี.ค.2569 หลังจากปั๊มน้ำมันมีมาตรการ กำหนดการเติมน้ำมันขึ้นมาแล้ว รถกระบะปิ๊กอัพเติมได้ครั้งละ 500 บาทรถ 6 ล้อเติมได้ครั้งละ 1,000 บาท และรถ10 ล้อหรือรถพ่วงเติมได้ครั้งละไม่เกิน 2,500 บาท ไม่ขายให้กับผู้ที่เอาแกลลอนหรือถังมาใส่น้ำมัน มาตรการดังกล่าวเริ่มส่งผลกระทบกับรถบรรทุกและผู้ประกอบการแล้วนั้น
ล่าสุดเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเพราะไม่มีน้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำรดต้นข้าวโพดหวาน เนื่องจากไม่สามารถซื้อน้ำมันใส่แกลลอนเหมือนที่เคยไปซื้อได้ เพราะปั๊มน้ำมันไม่ขายให้
เกษตรกรต้องหาวิธีแก้ไขปัญหากันเอง บางคนมีรถกระบะก็ขับไปเติมได้ครั้งละ 500 บาทแล้วมาดูดน้ำมันออกเอามาเติมเครื่องสูบน้ำกรณีเป็นเครื่องยนต์ดีเซล แต่เครื่องสูบน้ำส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันเบนซิน
เกษตรกรต้องขี่รถจักรยานยนต์ไปเติมให้เต็มถังได้เพียง 2-3 ลิตรแล้วกลับมาดูดเอาน้ำมันออกไปใส่เครื่องสูบน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาในช่วงนี้ กลายเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตของเกษตรกรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งที่รถใหญ่เติมน้ำมันที่จำกัดเช่นเดียวกัน
นางแจ่มจันทร์ บุตรชานนท์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านหนองไข่เฒ่า ต.โกรกแก้ว อ.โนนสุวรรณ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานส่งโรงงาน เล่าว่า ตอนนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนักเพราะไม่มีน้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำรดต้นข้าวโพด เพราะข้าวโพดหวานขาดน้ำไม่ได้ ต้องขี่รถจักรยายนต์ไปกลับจากปั๊มน้ำมันมาที่ไร่หลายรอบในแต่ละวันเพื่อต้องการเอาน้ำมันเบนซิน และยังไม่รู้ชะตากรรมอีกว่าน้ำมันจะมีขายอีกหรือไม
นายสิริไพบูลย์ นุศิริหาญ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและการตลาดสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินโนนสุวรรณ จำกัด. กล่าวว่าข้าวโพดของเกษตรกรจะปลูกส่งไปที่โรงงานที่จังหวัดสมุทรสาคร
แต่ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นแล้วรถพ่วงขนาดบรรทุก 33 ตันปั๊มน้ำมันกำหนดให้เติมครั้งละ 2,500 บาท แต่รถจะต้องใช้น้ำมันในการวิ่งขาเดียว 5,000 บาท หลังจากเติมน้ำมันออกจากต้นทางไปแล้ว จะต้องลุ้นอีกว่าปั๊มข้างหน้าจะมีน้ำมันขายให้อีกหรือไม่เพื่อจะส่งข้าวโพดให้ถึงปลายทาง เพราะรถข้าวโพดต้องวิ่งกลางคืนและไม่สามารถจอดข้ามวันได้ข้าวโพดจะเสีย
จึงอยากจะให้รัฐบาลหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่กำลังได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ จะด้วยวิธีใดก็ตามขอให้การดำเนินกิจการของเกษตรกรไปต่อได้เพราะช่วงนี้ผลผลิตออกแล้ว








