ป.ป.ท. อนุมัติมาตรการคุ้มครองพยานครูผู้ร้องเรียนคดีทุจริตเบิกจ่ายอาหารกลางวันนักเรียนใน จ.ชุมพร หลังถูกข่มขู่คุกคาม โดยให้ตำรวจ สภ.ท่าแซะ ดูแลความปลอดภัย 3 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดโปงการทุจริตภาครัฐ
เมื่อวันที่ 12 มี.ค.69 เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองพยาน กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ท. ประสานความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าแซะ ในการดำเนินการให้ความคุ้มครองพยานแก่ นาย จ. (นามสมมติ) ซึ่งเป็นพยานสำคัญในคดีทุจริตในภาครัฐ กรณีที่มีการกล่าวหาว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีการเบิกจ่ายค่าอาหารกลางวันของนักเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 อันเป็นเท็จ จนเป็นเหตุให้มีการข่มขู่คุกคามความปลอดภัยกับพยานในลักษณะที่อาจได้รับอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกาย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวของสำนักงาน ป.ป.ท. เป็นการดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ท. ว่าด้วยมาตรการคุ้มครองเบื้องต้นฯ ของสำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อให้พยานได้รับความเชื่อมั่นและปลอดภัยในการให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีทุจริตตามกฎหมาย ตามที่เป็นประเด็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มีหนังสือด่วน “ลับมาก” ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569 อนุมัติมาตรการคุ้มครองพยานให้กับครูผู้ร้องเรียนคดีทุจริตในพื้นที่จังหวัดชุมพร โดยให้ตำรวจในพื้นที่เข้าดำเนินการดูแลความปลอดภัยเป็นระยะเวลา 3 เดือน
หนังสือดังกล่าวระบุให้พยานเดินทางไปให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรท่าแซะ จังหวัดชุมพร พร้อมจัดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัย เนื่องจากพยานเป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตในหน่วยงานของรัฐ
ครูผู้ร้องฯ ระบุอีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้หน่วยงานระดับประเทศจะมีคำสั่งคุ้มครองพยานแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ทาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดในพื้นที่ ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เพื่อรองรับมาตรการคุ้มครองพยาน หรือสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้กับผู้ร้องเรียน
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกจับตามองจากสังคมในจังหวัดชุมพร ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อให้การคุ้มครองพยานเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่กล้าออกมาเปิดเผยข้อมูลการทุจริตในภาครัฐ








