ข่าวภูมิภาค

เหยื่อกระสุนอาก้าแปดริ้ว ทยอยแจ้งความ รถพัง 3 คัน จยย. 1 เจ็บ 3 ราย

แชร์ข่าว

ผู้เสียหายเหตุยิงถล่มตำรวจทางหลวงกลางเมืองฉะเชิงเทรา ทยอยเข้าแจ้งความ หลังรถยนต์เสียหายรวม 3 คัน จยย. 1 คัน มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย พบหัวกระสุนอาก้าฝังล้อรถไฟฟ้า ตำรวจเก็บปลอกกระสุนกว่า 20 ปลอก เร่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากกรณีหนุ่มวัย 36 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงคราม AK47 ยิงถล่มตำรวจทางหลวงกลางเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้ตำรวจบาดเจ็บและรถชาวบ้านเสียหาย รวมผู้บาดเจ็บ 3 รายนั้น

ล่าสุด วันที่ 3 มี.ค.69 เวลา 05.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เริ่มมีผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม (AK47) ยิงถล่มใส่รถยนต์ของ จนท.ตำรวจทางหลวงฉะเชิงเทรา ที่บริเวณก่อนถึงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา บนถนนมหาจักพรรดิ์ ต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 15.40 น.วานนี้ (2 มี.ค.69) ได้เริ่มทยอยเดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมแล้ว

หลังตรวจพบว่ามีทรัพย์สินของตนเองเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยล่าสุดเมื่อเวลา 21.30 น. (2 มี.ค.69) ได้มีนายฐพัชธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี พักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านมารวย ต.โสธร อ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ บัวธารา สารวัตรเวรสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่ามีทรัพย์สิน คือ รถยนต์ไฟฟ้าของตนเองยี่ห้อออร่ากู๊ดแคทคันสีฟ้า ทะเบียนฉะเชิงเทรา ถูกลูกหลงจากอาวุธปืนในขณะเกิดเหตุจนได้รับความเสียหายด้วย

โดยนายฐพัชธ์ ระบุว่า รถคันของตนเอง ได้ถูกกระสุนปืนเจาะเข้าที่บริเวณล้อหลังด้านขวา จนลมยางอ่อนล้อแบนลง ซึ่งระหว่างเกิดเหตุกำลังจะไปรับแฟนสาวกลับจากที่ทำงานจากร้านขายเบเกอรี่แห่งหนึ่งย่านถนนเอมอรอุทิศ 1 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ขณะนั้นตนเองยังไม่รู้ตัว และเมื่อนำรถยนต์เข้าไปล้างยังร้านคาร์แคร์ล้างรถในระหว่างที่รอแฟนเลิกงาน ลมยางรถได้เริ่มอ่อนลง และมีสัญญาณแจ้งเตือนที่จอหน้าปัดภายในรถด้วย ว่าลมยางอ่อน จึงได้รีบนำรถเข้าไปตรวจสอบยังศูนย์บริการ และพบว่ามีหัวกระสุนปืนสงครามอาก้าฝังอยู่ภายในล้อยางรถยนต์ของตนเองด้วย หลังทำการซ่อมล้อยางแล้ว และได้ไปรับแฟนสาวกลับจากที่ทำงานแล้ว จึงเดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ไว้ในครั้งนี้ ซึ่งโชคดีที่กระสุนปืนไม่เจาะเข้าที่บริเวณแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า ที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายหนักมากขึ้น หรืออาจเกิดเหตุการณ์ไฟลุกไหม้ได้

ขณะที่ พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ว่ามีทรัพย์สินเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจำนวน 3 ราย ประกอบด้วยนายทักษิณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ผู้ที่ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่โคนขาขวาทะลุก้น หลังจากกระสุนปืนเจาะทะลุผ่านจากใต้เบาะรถจักรยานยนต์คันทะเบียนฉะเชิงเทรา จนได้รับความเสียหายและได้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ นายวรวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ชาว ม.2 ต.บางกะไห อ.เมืองฉะเชิงเทรา เจ้าของรถยนต์เก๋งฮอนด้าซิตี้สีดำ ทะเบียน กทม. ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณเหนือขอบกระจกหลังรถทะลุออกที่เหนือกระจกหน้ารถทำให้มีเศษกระจกที่แตก ปลิวมาตกใส่ใบหน้าของ น.ส.ทิพวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ชาว ม.8 ต.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา แฟนสาวที่นั่งมาด้วยกันบนเบาะหน้าด้านซ้ายของตัวรถ และรายล่าสุด คือ นายฐพัชธ์ เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าออร่ากู๊ดแคท

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน 7กด-5013 กทม. รถของตำรวจทางหลวง ถูกอาวุธปืนยิงเจาะเข้าที่กระจกหลัง 1 นัด ทะลุกออกกระจกบานหน้า และที่ซุ้มล้อหน้ารถทางซ้าย มีรอยกระสุนอีก 1 นัด และที่ล้อยางหน้าด้านซ้าย ยังถูกกระสุนปืนยิงจนแบนเสียหาย 1 เส้น ทำให้ ดต.อนุสรณ์ เอ็งฟิวศรี อายุ 36 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะใต้ใบหูขวา 1 นายด้วย

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 17.30 น. (2 มี.ค.69) จนท.ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จากกองกำกับการพิสูจน์หลักฐานฉะเชิงเทรา ได้ลงพื้นที่ไปเก็บปลอกกระสุนปืนที่ตกหล่นอยู่บนพื้นถนนมหาจักพรรดิ์ลักษณะตกเป็นกลุ่ม ช่วงบริเวณช่องทางลงจากสะพานต่างระดับ รพ.เกษมราษฎร์ลงมาบรรจบกับทางคู่ขนาน ก่อนถึงสถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทราประมาณ 350 เมตร ได้มาเป็นจำนวนมากถึงกว่า 20 ปลอก ซึ่งเป็นปลอกกระสุนปืนอาก้าและปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ของทาง จนท.และผู้ก่อเหตุที่ใช้ยิงตอบโต้กัน