ข่าวภูมิภาค

รวบมือยิงถล่ม ตร.ทางหลวงแปดริ้ว หลังหนีจนมุมคันคูบ่อปลา พร้อมปืน AK47

แชร์ข่าว

ตำรวจหลายหน่วยปิดล้อมจับกุมหนุ่มวัย 36 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงคราม AK47 ยิงถล่มตำรวจทางหลวงกลางเมืองฉะเชิงเทรา ทำให้ตำรวจบาดเจ็บและรถชาวบ้านเสียหาย รวมผู้บาดเจ็บ 3 ราย เจ้าตัวอ้างถูกจ่อปืนก่อนยิง พร้อมขอโทษประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

เมื่อวันที่ 2 มี.ค.69 เวลา 23.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ บัวธารา สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เจ้าของคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถยนต์ตำรวจทางหลวง จนทำให้มียานพาหนะของชาวบ้านได้รับความเสียหายหลายราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหลายคน เหตุเกิดขึ้นบนถนนมหาจักพรรดิ์ กลางตัวเมืองฉะเชิงเทรา เมื่อเวลา 15.40 น.ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สภ.เมืองฉะเชิงเทรา หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และชุดปฏิบัติการไล่ล่าจาก ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. (ตร.ทางหลวงฉะเชิงเทรา) ได้เข้าทำการปิดล้อมจับกุมตัว นายเปรมณุพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาว ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ากราดยิงกลางเมืองไว้ได้แล้ว ที่บริเวณในพื้นที่ ม.1 ต.วังตะเคียน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยรถยนต์ SUV ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น MU-7 สีขาวทะเบียนชลบุรี และอาวุธปืนสงคราม AK47 (อาก้า) ลักษณะถอดส่วนฐานออกเหลือแต่เพียงลำตัวปืนจำนวน 1 กระบอก นำมาสอบสวนดำเนินคดีแล้ว

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก มีผู้พบเห็นผู้ต้องหารายนี้นำอาวุธปืนออกมาโชว์ ขณะขับรถออกมาตามท้องถนนจึงได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้เข้าทำการตรวจสอบ ต่อมามีผู้พบเห็นว่ารถคันดังมาจอดอยู่ที่บริเวณด้านหน้าศาล จ.ฉะเชิงเทรา กลางตัวเมืองใกล้ศาลากลาง และยังคงมีการนำอาวุธปืนออกมาโชว์ข่มขู่ ปชช.อีก พลเมืองดีจึงได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งมี ดต.อนุสรณ์ เอ็งฟิวศรี และ ดต.เฉลิมพล เฉลิมชัยวิณิชกุล จนท.ตำรวจทางหลวงได้เข้าทำการตรวจพบว่ามีรถยนต์ตามลักษณะที่ได้รับแจ้ง จอดอยู่บริเวณใกล้กับโรงเบียร์แห่งหนึ่งย่านปากซอยถนนประชาสรรค์ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงได้พยายามเรียกให้จอดหยุดรถ แต่คนร้ายไม่ยอมจอดรถ จึงได้เกิดเหตุการณ์ไล่ติดตามกันไป โดยคนร้ายได้ขับรถเลี้ยวขวาออกจาก ถ.ประชาสรรค์ ไปยังเส้นทางสถานีขนส่งฉะเชิงเทรา และมีการติดตามกันมาทันที่บริเวณทางคู่ขนานต่างระดับ รพ.เกษมราษฎร์ฉะเชิงเทรา

เนื่องจากมีรถติดสะสมอยู่ในเส้นทางด้านฝั่งขาเข้า จนท.ตำรวจทางหลวงจึงได้เรียกให้หยุดรถ แต่เมื่อคนร้ายหยุดรถแล้วกลับได้ใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่มาทาง จนท.ตำรวจ จนกระสุนแฉลบเข้ามาฝังอยู่ในศีรษะของ ดต.อนุสรณ์ อายุ 36 ปี ที่บริเวณด้านหลังใบหูขวากระสุนฝังใน แต่ยังคงรู้สึกตัวดีและสามารถใช้อาวุธปืนต่อสู้กับคนร้าย จากนั้นได้พยายามที่จะขับรถหลบหนีคนร้ายไป เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอาวุธปืนสงคราม ส่วนคนร้ายได้ขับรถปืนข้ามเกาะกลางบริเวณก่อนถึงหน้าสถานีรถไฟฉะเชิงเทราหลบหนีไป

ขณะเกิดเหตุคนร้ายยังได้ใช้อาวุธปืนยิงตามมาด้วย จนกระสุนทะลุเข้ากระจกรถตำรวจทางหลวง ซึ่งเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้าสีเลือดหมูแถบบานประตูสีเหลืองทะเบียน 7กด-5013 กทม. รหัสประจำรถ 3108 ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่กระจกหลัง 1 นัดทะลุกลางกระจกบานหน้า 1 รูซุ้มล้อหน้าด้านซ้าย 1 นัด ล้อหน้าซ้ายถูกกระสุนปืนยิงจนยางแบนเสียหาย 1 เส้น และยังมีรถยนต์ของชาวบ้านรับได้รับความเสียหายจำนวน 2 คัน รถ จยย. 1 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวม 3 ราย

ต่อมาเวลา 02.00 น. (3 มี.ค.69) จนท.ชุดสืบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา จึงได้นำตัว นายเปรมณุพงศ์ มาส่งให้แก่ทางพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังได้นำตัวไปทำการสืบสวนหาข้อมูลตามขั้นตอนและบันทึกผลการจับกุม โดยที่นายเปรมณุพงศ์ ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลต่อผู้สื่อข่าว แต่ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่าไม่ได้นำอาวุธปืนออกมาโชว์หรือข่มขู่ผู้ใดไปตามท้องถนนตามที่ปรากฎเป็นข่าวทางสื่อต่างๆ แต่ที่ใช้อาวุธปืนยิงนั้น เพราะถูกตำรวจใช้อาวุธปืนจ่อหน้าจะยิงมาก่อน ส่วนประชาชนที่รับผลกระทบนั้น ต้องขอโทษด้วยเพราะไม่ได้ตั้งใจที่จะให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น โดยมีทางฝ่ายภรรยา และมารดาของผู้ก่อเหตุมาเฝ้ารอคอยให้กำลังใจอยู่ภายใน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ด้วยความเสียใจที่เกิดเหตุการนี้ขึ้น