ข่าวภูมิภาค

ภ.5 จับยาบ้า 4 ล้านเม็ด ลำเลียงลงภาคกลาง ค่าจ้าง 3.5 แสนบาท

แชร์ข่าว

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงจับขบวนการลำเลียงยาบ้า 4 ล้านเม็ด ที่ด่านแม่ทา จ.ลำพูน เตรียมส่งต่อภาคกลาง ผู้ต้องหารับจ้างขน 350,000 บาท คุมตัว 7 ราย รวมเยาวชน 2 คน ขยายผลล่านายทุนเครือข่ายยาเสพติดต่อ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 มี.ค.69 ที่ลานแถลงข่าวกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ พร้อมของกลางยาบ้า 4 ล้านเม็ด

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง จึงสนธิกำลังตั้งจุดตรวจที่ด่านตรวจยาเสพติดแม่ทา จังหวัดลำพูน กระทั่งพบรถต้องสงสัย 3 คัน ขับตามกันมา ได้แก่ รถยนต์ซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว ทะเบียนเชียงราย รถยนต์มาสด้า สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียนชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์มาสด้า สีดำ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ดำเนินคดี ทราบชื่อผู้ต้องหา ได้แก่ นายธีรพร อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ ผู้ขับขี่รถมาสด้า, น.ส.รุ่งอรุณ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา, นายเทพนที อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา ผู้ขับขี่รถฮอนด้า ซีวิค, นายโชคชัย อายุ 20 ปี, นายวรโชติ อายุ 21 ปี รวมถึงเยาวชนหญิงอายุ 14 ปี และเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา และโดยกลุ่มผู้ต้องหาบางส่วนทำหน้าที่ขับรถนำและรถคุ้มกัน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายทุน ให้ลำเลียงยาเสพติดล็อตดังกล่าวไปส่งในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยได้ค่าจ้างรวม 350,000 บาท และทำทีเป็นขับรถท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่ออำพรางการกระทำความผิด

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการและนายทุนที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.กฤตธาพล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งยังคงเดินหน้าสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศอย่างต่อเนื่อง