ผบช.ภ.4 สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี รอง ผกก.ในจ.ร้อยเอ็ด เอี่ยวเหตุทะเลาะวิวาท ใช้ขวดฟาดศีรษะภรรยาตำรวจในร้านเนื้อย่าง ย้ำชัดทุกอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ไม่เข้าข้างฝ่ายใด
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 ก.พ. 2569 พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่ากรณีข้าราชการตำรวจ ระดับ รอง ผกก.ฯ สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทภายในร้านอาหารในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ขณะนี้ ได้สั่งการให้ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ทำการตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว ว่าเหตุทะเลาะวิวาทที่มีภาพนายตำรวจ เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์นั้น เป็นนายตำรวจสังกัด ภ.จว.ร้อยเอ็ดจริงหรือไม่ และถ้ามีตำรวจในสังกัดฯเกี่ยวข้องจริง ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย
" ขณะนี้ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้รายงานมายังบช.ภ. 4 ว่า สภ.หนองบัวแดง ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ได้รายงานมายัง ภ.จว.ร้อยเอ็ดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้ง เหตุทะเลาะวิวาทกายในร้านอาหารและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และแนะนำให้คู่กรณี แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสอบสวน โดยพนักงานสอบสวน สภ.หนองบัวแดง จังหวัดชัยชัยภูมิ ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ ข้าราชการตำรตำรวจดังกล่าว(พ.ต.ท.วชิระ นิลเกษม รอง ผกก.สส.สภ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด) รับทราบแล้วว่า ร่วมกันทำร้าย ร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ จึงได้รายงานเหตุข้าราชการตำรวจต้องคดีอาญามายังต้นสังกัด ของข้าราชการตำรวจดังกล่าวทราบแล้ว"
ผบช.ภ.4 กล่าวต่อว่าสำหรับการดำเนินคดีอาญานั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุ มีการดำเนินการอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่คำนึงถึงยศตำแหน่งหรือสถานะของผู้ถูกกล่าวหา ในส่วนทางวินัย ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงควบคู่กันไปด้วย เพื่อพิจารณาว่าการกระกำดังกล่าวเข้าข่ายฝ้าฝืนระเบียบหรือวินัยข้าราชการตำรวจหรือไม่ หากพบว่ามีความผิด จะดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยอย่างเคร่งครัด โดยไม่เข้าข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่อย่างใด
"ขอยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการตำรวจ อย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรมและยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นและศรัทธา ของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ"







