ข่าวภูมิภาค

เชียงรายเอาจริง! อุทยานฯ ภูชี้ฟ้าล็อกพื้นที่ ห้ามเข้า-ห้ามเผา ฝ่าฝืนเจอคุก-ปรับโหด

แชร์ข่าว

อุทยานฯ ภูชี้ฟ้า ประกาศเข้ม ห้ามเข้า–ห้ามเผาเด็ดขาด ในช่วง 14 ก.พ.–10 พ.ค. 2569 ป้องกันไฟป่า–หมอกควัน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1ปี ถึง 30 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 3,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันที่ 18 ก.พ. 2569 อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) ได้ออกประกาศห้ามบุคคลเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) อย่างเด็ดขาด และยังห้ามการเผาในที่โล่งทุกชนิด ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบในจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 เพื่อป้องกันและลดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติ

ทั้งนี้อ้างอิงคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย กำหนดมาตรการ “ช่วงควบคุมไฟป่าและการเผาในที่โล่งทุกชนิดโดยเด็ดขาด” หรือ “ช่วง 86 วัน ปลอดการเผา” ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัดเชียงราย เนื่องจากช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงพฤษภาคม ของทุกปี มักเกิดไฟป่าและหมอกควันจากการเผาเตรียมพื้นที่เกษตรและการลักลอบเผาป่า

สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเทิง อำเภอขุนตาล อำเภอเวียงแก่น และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กำหนดห้ามบุคคลใดๆ เข้าไปในเขตอุทยานฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว เว้นแต่เจ้าหน้าที่หรือผู้ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า กรณีมีเหตุจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ ต้องลงทะเบียนแจ้งชื่อ–สกุล ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการนำสิ่งของหรือการกระทำใดที่อาจก่อให้เกิดไฟป่า หากฝ่าฝืนห้ามเผาในเขตอุทยานฯ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1ปี ถึง 30 ปี หรือปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 3,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม ยังห้ามการเผาขยะมูลฝอย กิ่งไม้ ใบไม้ และการเผาในที่โล่งทุกชนิด ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2560 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 โดยขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ลดปัญหาไฟป่า หมอกควัน และผลกระทบต่อสุขภาพในพื้นที่จังหวัดเชียงราย.