นายอำเภอแม่สายลงพื้นที่ตรวจแนวป้องกันน้ำท่วมริมลำน้ำสาย หลังพบชายสูงวัยนำอุปกรณ์เจาะถุงบิ๊กแบ็กถึง 3 ครั้ง หวั่นกระทบแนวป้องกันน้ำและทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมชุมชน ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนภาคเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 6–9 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่เร่งตรวจตราและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
วันนี้ที่ 6 ส.ค.2569 นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย นำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมที่เป็นถุงบิ๊กแบ๊ควางซ้อนกันตลอดริมฝั่งลำน้ำสายชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่ ต.เวียงพางคำ-ต.แม่สาย เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นบริเวณภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 6-9 ส.ค.2569 ทำให้นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย มีคำสั่งด่วนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งป้องกัน นอกจากนี้นายอำภเอแม่สายได้นำคณะไปสำรวจแนวบิ๊กแบ็คเขตชุมชนเกาะทราย หมู่ 7 ต.แม่สาย อ.แม่สาย เนื่องจากได้มีชายสูงวัยคนหนึ่งที่เคยทำธุรกิจที่ชายแดนและมีอาคารใหญ่อยู่ริมฝั่งน้ำสาย ได้นำอุปกรณ์ไปขุดเจาะแนวบิ๊กแบ๊คทางเข้าอาคารของตนหลายครั้ง
ครั้งล่าสุดเมื่อน้ำสายขึ้นสูงช่วงปลายเดือน ก.ค.2569 ที่ผ่านมา โดยนำอุปกรณ์ไปขุดเจาะทรายออกจากถุงบิ๊กแบ็ครวมแล้วมีการกระทำถึง 3 ครั้งโดยเจ้าหน้าที่มีการบันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐาน จนชาวบ้านหวาดกลัวว่าน้ำจะทะลักฝ่าแนวบิ๊กแบ๊คเข้ามาท่วมบ้านเรือนและห้างร้านในชุมชนหนาแน่น ซึ่งนายวรายุทธได้เข้าพบปะพูดคุยกับชายสูงวัยคนดังกล่าวพร้อมแจ้งเตือนไม่ให้กระทำซ้ำ หากต้องมีจัดระบบน้ำใช้จำเป็นก็ขอให้มีการติดตั้งระบบเปิดและปิดวาล์วห ากน้ำขึ้นก็ให้รีบปิดและถ้าน้ำลดจึงเปิดวาล์วได้เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมเพราะชาวบ้านต่างหวาดกลัวกัน ซึ่งชายคนดังกล่าวได้รับปากจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้นายวรายุทธระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ (ทรัพย์สินทางราชการทั่วไป,ทำให้เสียทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์,และขัดขวางการปฏิบีติงานของเจ้าหน้าที่ ได้เบื้องต้นได้ใช้วิธีการเข้าไปพูดคุยและแนะนำกันก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระเวนตรวจตราตรงจุดอาคารใหญ่ในชุมชนเกาะทรายอย่างต่อเนื่องทุกวันโดยเฉพาะช่วงที่กำลังจะมีฝนตกหนักวันที่ 6-9 ส.ค.2569 นี้อย่างเคร่งครัดด้วย








