ข่าวภูมิภาค

ปัตตานีอ่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี รองผู้ว่าฯ ลุยน้ำลอยคอส่งอาหาร หลังเรือยนต์เสีย

แชร์ข่าว

น้ำท่วมปัตตานีวิกฤตหนักสุดในรอบ 30 ปี มวลน้ำจากยะลาสมทบแม่น้ำปัตตานี รองผู้ว่าฯ ลุยน้ำลอยคอแจกอาหารหลังเรือยนต์ขัดข้อง พื้นที่โคกโพธิ์เดือดร้อนกว่า 4 หมื่นคน เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

วันที่ 27 พ.ย.68 สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปัตตานียังคงวิกฤติหนัก หลังมวลน้ำจากจังหวัดยะลาไหลสมทบในแม่น้ำปัตตานีอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขยายวงกว้าง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นทุกชั่วโมง โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 30 ปี สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนจำนวนมาก

หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ อำเภอโคกโพธิ์ หลายหมู่บ้านมีระดับน้ำสูง 1–2 เมตร บางจุดสูงถึง 3 เมตร ถนนหลายสายถูกตัดขาด การสัญจรเข้าออกต้องใช้เรือเท่านั้น โดยเฉพาะบ้านเรือนชั้นเดียวที่น้ำท่วมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ทำให้ชาวบ้านหลายครัวเรือนต้องรีบอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมเตรียมการอพยพเพิ่มเติมหากระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้น

ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายไชย พรนิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมนายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ นายอำเภอโคกโพธิ์ หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ปกครอง ผู้นำท้องที่ รวมถึงกำลังจากชุดสันติสุขที่ 504 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่บ้านชะเมา หมู่ 2 ตำบลนาเกตุ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์และนำสิ่งของยังชีพเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

โดยคณะเจ้าหน้าที่ต้อง เดินลุยน้ำลอยคอ เนื่องจากเรือยนต์เกิดขัดข้องกลางทาง ทำให้ไม่สามารถนั่งเรือเข้าไปได้ แต่ด้วยความกังวลว่าชาวบ้านจะขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ทางรองผู้ว่าฯ จึงตัดสินใจเดินฝ่าน้ำท่วมเข้าไปแจกจ่ายสิ่งของด้วยตนเอง ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวและระดับน้ำที่สูงกว่า 1–2 เมตร

ส่วนศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบ้านชะเมา ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้รองรับผู้ประสบภัย ขณะนี้ระดับน้ำสูงขึ้นถึง 3–4 เมตร แต่โชคดียยังสามารถอยู่ได้

รายงานล่าสุดระบุว่า อำเภอโคกโพธิ์ได้รับผลกระทบรวม 12 ตำบล 83 หมู่บ้าน 11,640 ครัวเรือน ประชาชนเดือดร้อนกว่า 40,195 คน เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือต่อเนื่อง ทั้งการอพยพ การส่งอาหาร และการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก

ในช่วงบ่าย รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานียังได้เดินทางไปให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่มาใช้บริการที่ สถานีตำรวจตุยง อำเภอหนองจิก ซึ่งถูกจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนามชั่วคราว หลังจากโรงพยาบาลสนามอำเภอหนองจิกเดิมถูกน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถเปิดบริการได้

สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้จังหวัดต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประเมินความเสี่ยงเพื่อเตรียมสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมในพื้นที่เสี่ยงสูง

#ภูมิภาค-74

ข่าวแนะนำ