กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกโรงชี้แจงข้อเท็จจริง สยบข่าวลือกรณีประชาชนกังขา "3 โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองอู่ตะเภา จ.สงขลา ล่าช้ากว่า 10 ปี" ยืนยันผู้รับจ้างส่งมอบงานเสร็จสิ้นตามมาตรฐานและสัญญาจ้างตั้งแต่ปี 2558–2559 ล่าสุดส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบ พบโครงสร้างยังมั่นคงแข็งแรง
ปลอดภัย พร้อมใช้งานต่อเนื่อง
วันที่ 28 พ.ค.2569 ตามที่มีการนำเสนอข่าวและเกิดกระแสข้อสงสัยในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับ “โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา จำนวน 3 แห่ง มีประวัติการส่งมอบงานล่าช้ากว่า 10 ปี” นั้น
ล่าสุด กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน โดยยืนยันว่า โครงการทั้ง 3 แห่งที่ปรากฏในกระแสข่าวนั้น ผู้รับจ้างได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้น และส่งมอบงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างร่วมตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งการก่อสร้างเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ตามแบบรูปรายการและสัญญาจ้างทุกประการ โดยมีรายละเอียดการส่งมอบงาน ดังนี้
โครงการบริเวณบ้านคุ้งน้ำคอวัง–บ้านหนองนายขุ้ย (หมู่ที่ 6 ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา) ความยาวเขื่อน 400 เมตร ดำเนินการส่งมอบงานแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559
โครงการบริเวณบ้านชายคลอง (ต่อเนื่อง) (หมู่ 3 ตำบลบ้านไร่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา) ความยาวเขื่อน 1,200 เมตร ดำเนินการส่งมอบงานแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559
โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองรำใหญ่ (หมู่ 2 ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา) ความยาวเขื่อน 200 เมตร ดำเนินการส่งมอบงานแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558
ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจของประชาชน สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพทางกายภาพของเขื่อนทั้ง 3 จุดปัจจุบัน พบว่าโครงสร้างเขื่อนทั้งหมดคสล. (คอนกรีตเสริมเหล็ก) และแนวตลิ่งยังคงมีสภาพมั่นคงแข็งแรง ไม่มีส่วนใดชำรุดเสียหายร้ายแรง และยังคงสามารถบริหารจัดการน้ำรวมถึงป้องกันการกัดเซาะตลิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปกติ
กรมโยธาธิการและผังเมือง ระบุทิ้งท้ายว่า พร้อมเดินหน้าพัฒนาและดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันตลิ่งและระบบสาธารณูปโภคให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่อย่างยั่งยืน








