“กรมโยธาธิการและผังเมือง” จับมือจังหวัดและเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี ยกระดับ “พรุคลองควาย” พื้นที่ชุ่มน้ำใจกลางเมือง สู่การเป็นพื้นที่สาธารณะคุณภาพและจุดเช็กอินแห่งใหม่ มุ่งผสมผสานความทันสมัยเข้ากับการอนุรักษ์ธรรมชาติ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน
“พรุคลองควาย” พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวสุราษฎร์ธานีมาอย่างยาวนาน ในฐานะแหล่งรองรับน้ำฝนและกักเก็บน้ำตามธรรมชาติจากเขตตัวเมือง รวมถึงเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งและพักผ่อนหย่อนใจของชุมชน กำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ
วันที่ 5 มิ.ย.2569 นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ร่วมมือกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่พรุคลองควาย ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นการผสานนวัตกรรมการออกแบบสมัยใหม่เข้ากับการอนุรักษ์ระบบนิเวศดั้งเดิมได้อย่างลงตัว โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปรับปรุงทัศนียภาพทั่วไป แต่คือการ “ออกแบบอนาคตของเมือง” บนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นให้พรุคลองควายกลายเป็นทั้งแหล่งพักผ่อน แหล่งออกกำลังกาย และจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Eco-Tourism) ที่ตอบโจทย์การใช้งานของประชาชนทุกช่วงวัย
สำหรับองค์ประกอบภายในโครงการได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ประกอบด้วย เส้นทางสุขภาพ: ทางเดินและเลนจักรยานความยาวกว่า 1,594 เมตร ระบบป้องกันตลิ่งและโครงสร้างพื้นฐาน การปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบระบายน้ำเพื่อเพิ่มความปลอดภัย พร้อมติดตั้งระบบแสงสว่างที่สร้างความสวยงามทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ประติมากรรมสะท้อนอัตลักษณ์ การจัดสร้างป้ายและงานประติมากรรมที่บอกเล่าเรื่องราวและเอกลักษณ์อันโดดเด่นของท้องถิ่น
การดำเนินงานทั้งหมดถูกพัฒนาขึ้นโดยยึดหลักวิชาการด้านผังเมืองและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เพื่อให้ “พรุคลองควาย” ยังคงเสน่ห์ของพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติ ขณะเดียวกันก็พร้อมรองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต จนปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ได้กลายเป็น “จุดเช็กอินใหม่” ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่พร้อมต้อนรับทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ให้มาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติร่วมสมัย
”โครงการพัฒนาพื้นที่พรุคลองควาย สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของกรมโยธาธิการและผังเมืองในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างเป็นระบบ ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ด้านผังเมือง วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม ให้สอดรับกับบริบทของพื้นที่จริง เพราะสำหรับกรมโยธาฯ การพัฒนาเมืองที่ดีไม่ใช่แค่ “สร้าง” แต่ต้อง “เข้าใจ” และ “ยั่งยืน” ไปพร้อมกับชุมชนและธรรมชาติในระยะยาว”อธิบดีกรมโยธาฯ กล่าว








