กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย(สศร.) เดินหน้าเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale ขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ของประเทศไทยโดยจะมีการจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Rayong 2027 ในปีพ.ศ. 2570 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2570 จนถึงเดือนเมษายน ปี 2571 เป็นระยะเวลากว่า 5 เดือน เพื่อเปิดมิติใหม่ของงานศิลปะร่วมสมัยและเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของภาคตะวันออกของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก
การจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Rayong 2027 เป็นความร่วมมือกันระหว่างวธ.โดยสศร. จังหวัดระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน ศิลปินและเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมในจังหวัดระยอง ซึ่งขณะนี้หลายฝ่ายในจังหวัดระยองเริ่มเตรียมความพร้อมเพื่อต้อนรับงานระดับนานาชาติครั้งนี้แล้ว
โดยในส่วนของศิลปินในจังหวัดระยองนั้น อาจารย์จิรศักดิ์ นิยมสมาน กรรมการสมาคมศิลปินภาคตะวันออกแห่งประเทศไทย ฝ่ายสิทธิประโยชน์และทุน พร้อมด้วย อาจารย์พันธกานต์ เพียรพิจารณ์ชน ผู้ประสานงานกับศิลปินในพื้นที่จังหวัดระยองในฐานะกรรมการสมาคมศิลปินภาคตะวันออกแห่งประเทศไทย ฝ่ายต่างประเทศและวิเทศสัมพันธ์ ได้ร่วมกันบอกเล่าถึงการเตรียมความพร้อมรับงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ระยองว่า จังหวัดระยองมีศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายกลุ่ม แต่ศิลปินชาวระยองมีจำนวนไม่มากและกระจัดกระจายทำงานศิลปะอยู่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ จึงได้ประสานงานและรวบรวมศิลปินในภาคตะวันออกของประเทศไทย เพื่อจัดตั้งสมาคมศิลปินภาคตะวันออกแห่งประเทศไทยขึ้นมาอย่างเป็นทางการและจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ หลังจากนั้นในช่วงเวลาอีกกว่า 1 ปีนี้ จะหารือกันเพื่อระดมความคิดเห็นและวางแผนจัดกิจกรรมด้านศิลปะคู่ขนานไปกับกิจกรรมของงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ระยองที่วธ.โดยสศร.และจังหวัดระยองได้กำหนดขึ้น
อาจารย์ทั้งสองท่านเชื่อว่างานไทยแลนด์เบียนนาเล่ระยอง จะทำให้สังคมเกิดความตื่นตัวและรับรู้ความเป็นระยองผ่านงานศิลปะและวัฒนธรรม ด้วยกลวิธีนำเสนอในรูปแบบของกิจกรรมร่วมระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะกับศิลปินชาวต่างชาติที่เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ซึ่งสิ่งที่ชาวระยองจะได้รับจากงานครั้งนี้ จะได้บุคลากรที่ทำงานด้านศิลปะเพิ่มขึ้นและชัดเจนขึ้นและพัฒนาเมืองระยองไปสู่ระบบนิเวศศิลปะ ช่วยปลูกฝังการอนุรักษ์ประเพณีศิลปวัฒนธรรม รักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งมีงานศิลปะระดับโลกโดยเฉพาะงานประติมากรรมถาวรที่จะติดตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยองและผลงานศิลปะที่เป็นอัตลักษณ์ของระยองไว้ให้คนไทยและนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและเรียนรู้ พร้อมกันนี้ได้คาดหวังว่าศิลปะจะช่วยกล่อมเกลาให้ระยองมีความสมดุลระหว่างอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อมและศิลปะ สร้างความรู้สึกอ่อนโยน มีความละมุนและมีความเป็นเมืองน่าอยู่ สร้างความประทับใจให้แก่คนทั้งโลก
สอดรับกับศูนย์การเรียนรู้ผ้าตากะหมุก (ผ้าตาสมุก) มาบตาพุด จังหวัดระยอง นายพงศ์ปณต ใจยา ผู้ช่วยเลขานุการสภาวัฒนธรรมจังหวัดระยองและรองประธานศูนย์เรียนรู้และอนุรักษ์ผ้าตากะหมุก (ผ้าตาสมุก) มาบตาพุด บอกว่า ศูนย์ฯเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับผ้าทอลายตากะหมุกเป็นผ้าทอลายประจำจังหวัดระยองพร้อมที่จะเปิดรับคณะเข้ามาศึกษาดูงานในส่วนของการทอผ้าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของผ้าลายตากะหมุก ขณะนี้ศูนย์ฯได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.)
โดยศูนย์ฯ ได้ดำเนินโครงการต่อยอดผ้าทอลายตากะหมุกจัดทำขึ้นมาเป็นชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบและเสื้อผ้าพระราชทาน 3 แบบ และชุดร่วมสมัย ซึ่งศูนย์ฯเปิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่จะเปิดอย่างทางการในช่วงเดือนธันวาคม 2569 เนื่องจากเป็นวาระครบรอบ 150 ปีที่เจ้าเมืองระยองทูลเกล้าฯถวายผ้าตากะหมุกแด่รัชกาลที่ 5 และเป็นการสนับสนุนการที่ประเทศไทยโดยวธ.เสนอ “ชุดไทย” ซึ่งเป็นชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกในช่วงปลายปี 2569 และเพื่อต้อนรับงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ระยองปี 2027ด้วย
“รู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติมากที่จังหวัดระยองเป็นเจ้าภาพจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ระยองในปี 2027 ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ ศูนย์ฯจะจัดกิจกรรมเปิดรับการเข้ามาศึกษาดูงานของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น จะบอกเล่าถึงความเป็นมาผ้าทอลายตากะหมุก การให้ชมกระบวนการผลิตตั้งเตรียมเส้นด้ายไปจนถึงการทอ ตัวอย่างชุดผ้าทอลายตากะหมุกและของที่ระลึกต่างๆ เพื่อเผยแพร่ความรู้และส่งเสริมการสืบสานรักษางานหัตศิลป์ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาวระยองและต่อยอดไปสู่งานศิลปะร่วมสมัย คนที่มาชมจะเกิดความประทับใจในอัตลักษณ์ของจังหวัดระยองและเผยแพร่ไปสู่นานาชาติ” นายพงศ์ปณต กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
งาน Thailand Biennale, Rayong 2027 จะช่วยขับเคลื่อนจังหวัดระยองก้าวไปสู่ความเป็นเมืองแห่งศิลปะซึ่งมีความเชื่อมโยงศิลปะ สิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน นำไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรมและธรรมชาติ ช่วยสร้างรายได้และชื่อเสียงให้แก่จังหวัดระยองและประเทศไทยในเวทีโลก








