วันที่ 22 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ชุมชนบ้านหนองตอง หมู่ 4 ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง กรณีมีการขุดดินลูกรังบริเวณเขาสำรอง ซึ่งชาวบ้านระบุว่าเป็นพื้นที่อยู่ในเขตป่าไม้ และกันไว้เป็นพื้นที่ป่าชุมชนเพื่ออนุรักษ์ จึงเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบ
พบพื้นที่ถูกขุดเป็นบ่อดินลูกรังขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ โดยจุดที่มีการขุดมีความลึกประมาณ 50 เมตร พบรถแบ็กโฮกำลังตักดินลูกรังขึ้นใส่รถบรรทุกสิบล้อ ก่อนนำไปเทกลบในบ่อใกล้เคียงซึ่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ขณะที่มีรถไถกำลังปรับพื้นที่ นอกจากนี้โดยรอบบริเวณเขายังพบร่องรอยการแผ้วถางและตัดต้นไม้ออกเป็นบริเวณกว้าง
บริเวณตีนเขายังพบป้ายระบุข้อความ “เขาสำรอง สาธารณประโยชน์ ต.พังราด อ.แกลง จ.ระยอง” รวมทั้งพบหลักเขตปูนระบุว่าเป็นเขตสาธารณประโยชน์ และหลักหมุดที่ดินหมายเลข 3จ.1189 ร.ย. ปักแสดงแนวเขตไว้
นายกอล์ฟ อายุ 42 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีนายทุนเข้ามาดำเนินการในพื้นที่ โดยเดิมบริเวณดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของนางตุ๋ย ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วและมีการเปลี่ยนมือกรรมสิทธิ์ ต่อมามีนายทุนเข้ามานำเครื่องจักรตัดต้นยางพารา ตั้งแต่บริเวณตีนเขาขึ้นไปจนถึงกลางเขา จนพื้นที่โล่งเตียน แต่ไม่ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบหรือดำเนินคดีหรือไม่
จากนั้นบริเวณใกล้เคียงยังพบว่ามีอดีตผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่ง นำรถแบ็กโฮเข้ามาขุดดินลูกรังออกจากพื้นที่เพื่อนำไปขาย จนชาวบ้านเกิดความสงสัยและร้องเรียนไปยัง อบต.พังราด ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย แต่ต่อมากลับมีคำสั่งให้ถมดินลูกรังกลับคืน จึงเกิดข้อสงสัยว่าอาจมีการขุดล้ำเข้าไปในเขตป่าไม้ หรือรุกล้ำพื้นที่เขาสำรองซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่
ด้าน นายศุภวัตร อุดมพฤกษชาติ นายก อบต.พังราด เปิดเผยว่า หลังได้รับเรื่องร้องเรียน ได้สั่งการให้นิติกรฝ่ายกฎหมายของ อบต.พังราด ดำเนินการทำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากน้ำประแสร์ ในข้อหาลักทรัพย์ เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ส่วนกรณีที่ฝ่ายปกครองอำเภอแกลงเข้าตรวจสอบพื้นที่นั้น ได้มีการพูดคุยและไกล่เกลี่ย พร้อมให้ผู้ที่ดำเนินการขุดดินถมดินกลับคืนพื้นที่ ขณะที่เรื่องคดีอาญายังคงดำเนินไปตามกระบวนการกฎหมาย ยืนยันว่า อบต.พังราดไม่ได้เพิกเฉย และได้ติดตามสอบถามความคืบหน้ากับพนักงานสอบสวนมาโดยตลอด
นายศุภวัตรกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และได้จัดทำสำนวนส่งไปยัง สำนักงานอัยการจังหวัดระยอง เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวเขตที่ดินและสถานะพื้นที่เขาสำรองอย่างชัดเจน รวมถึงตรวจสอบการขุดดิน การตัดไม้ และการนำดินออกจากพื้นที่ว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมติดตามว่าคดีที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษจะมีความคืบหน้าและมีผู้รับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวหรือไม่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ภูมิภาค-34








