สัปดาห์พระเครื่อง / ราม วัชรประดิษฐ์
เอกลักษณ์ของพระพิมพ์นี้ก็คือ จะมีลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกับรูปทรงของพระเจดีย์ กล่าวคือฐานทั้งสามชั้นคล้ายกับฐานบัวลูกแก้วขององค์พระเจดีย์ องค์พระเปรียบเป็นองค์ระฆังคว่ำและพระเกศเป็นยอดพระเจดีย์ แล้วถ้าเราเอาไม้บรรทัดทาบดูจากยอดพระเกศลงมายังปลายฐานของทั้งสองด้าน จะเป็นแนวที่พอดีสัมผัสกับปลายหัวไหล่ลงมาปลายเข่า และลงมาที่ปลายของฐานชั้นล่างพอดีทั้งสองด้านอย่างสมดุล ซึ่งก็เป็นพระพิมพ์เดียวของวัดระฆังฯ ที่เป็นเช่นนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ครับ
ในส่วนของฐานชั้นบนจะมีลักษณะคล้ายเรือ ปลายงอนขึ้นบน และปลายด้านซ้ายมือเรา (ขวาองค์พระ) จะค่อนข้างเรียวขึ้นบน ในส่วนปลายฐานด้านขวามือเรา (ซ้ายองค์พระ) จะโค้งขึ้นและจะดูมนๆ กว่าอีกด้านหนึ่ง และในส่วนของขอบแม่พิมพ์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ก็มีแต่สังเกตค่อนข้างยากสักหน่อย
1. พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ใหญ่
พระพิมพ์นี้หาชมยากมาก แม้กระทั่งรูปถ่ายก็มีเพียงสองรูปเท่านั้นที่ผมเคยเห็นครับ พระสมเด็จพิมพ์ทรงเจดีย์พิมพ์ใหญ่นั้น องค์พระค่อนข้างเขื่อง ล่ำสันกว่าทุกๆ แม่พิมพ์ อกจะเป็นทรงกระบอก ซึ่งผิดกับทุกแม่พิมพ์ที่จะเป็นแบบอกวี สำหรับพระพิมพ์นี้หาชมไม่ได้เลยก็ว่าได้ครับ
2. พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์เกศขยัก
พระสมเด็จทรงเจดีย์แม่พิมพ์นี้จะพบเห็นเป็นส่วนใหญ่ องค์พระจะมีลักษณะบอบบางกว่าพระแม่พิมพ์แรก อกจะเป็นแบบอกวี พระแม่พิมพ์นี้ในองค์ที่ติดแม่พิมพ์ชัดๆ จะเห็นเส้นชายจีวรที่ใต้รักแร้ขวาขององค์พระได้อย่างชัดเจน พระเกศของแม่พิมพ์นี้จะมีเอกลักษณ์เฉพาะคือจะมีขยักเป็นตุ่มนูนออกมาด้านเดียวคือด้านซ้ายมือองค์พระ ผมจึงเรียกว่าพิมพ์เกศขยัก
3. พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์มีเส้นแซม
พระแม่พิมพ์นี้บางท่านบางกลุ่มจัดเข้าหมวดเป็นพิมพ์เกศบัวตูมก็มี แต่ผมจัดให้อยู่ในหมวดพิมพ์ทรงเจดีย์ เนื่องจากมีเอกลักษณ์โดยรวมเป็นแบบทรงเจดีย์ครับ พระแม่พิมพ์นี้จะเห็นตรงกลางพระเกศเป็นรูปคล้ายดอกบัวตูมแล้วค่อยเรียวแหลมขึ้นไป จึงมีบางท่านจัดให้เข้ากลุ่มเป็นพิมพ์เกศบัวตูมครับ สำหรับพระแม่พิมพ์นี้องค์พระจะดูล่ำสันกว่าแม่พิมพ์ที่ 2 และที่ใต้ตักขององค์พระจะมีเส้นแซมผิดกับแม่พิมพ์อื่นๆ แม่พิมพ์นี้เป็นอีกแม่พิมพ์หนึ่งที่หาชมค่อนข้างยากครับ
4. พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์เล็ก
พระแม่พิมพ์นี้จะพบเห็นค่อนข้างบ่อยเช่นกัน องค์พระของแม่พิมพ์นี้จะย่อมกว่าทุกๆ แม่พิมพ์ของทรงเจดีย์ องค์พระกะทัดรัดน่ารัก สังเกตได้ง่ายว่าเป็นแม่พิมพ์เล็กครับ
แนวทางการศึกษาพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงเจดีย์
อาจใช้วิธีการเปรียบเทียบกับพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ โดยมีหลักการพิจารณาดังนี้:
เส้นขอบแม่พิมพ์ด้านซ้ายขององค์พระ ของพระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะลากยาวลงมาจรดกับขอบซุ้มเรือนแก้วตรงมุมล่างพอดี ต่างจากพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ ซึ่งจะมาจรดกับขอบซุ้มเรือนแก้วตรงกลางของแขนองค์พระพระเกศของพระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะมีรอยขยักเหมือนมีพวงมาลัยครอบไว้กลางพระเกศ ซึ่งต่างจากพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่
บริเวณหัวไหล่ทั้งซ้ายและขวาขององค์พระ ระหว่างหัวไหล่ถึงใต้รักแร้ทั้งสองข้างของพระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะเท่าๆ กัน ต่างกับพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ เนื้อที่ระหว่างหัวไหล่กับรักแร้ด้านขวาขององค์พระจะกว้างกว่าด้านซ้ายขององค์พระ เส้นซุ้มครอบแก้วของพระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะเล็กกว่าเส้นซุ้มครอบแก้วของพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ หัวฐานชั้นที่ 2 ด้านขวามือขององค์พระ สมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะมีลักษณะเรียวแหลม ซึ่งคนโบราณเรียกว่า "หัวเรือเอี้ยมจุ๊น"
พระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ ในองค์ที่ติดชัด จะมีเส้นผ้าอังสะพาดจากหัวไหล่ลงมาใต้รักแร้อย่างเห็นได้ชัด ส่วนพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ จะไม่ปรากฏเส้นผ้าอังสะ
แขนข้างขวาด้านในขององค์พระ สมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะมีเนื้อพอกอยู่เป็นส่วนเกิน ซึ่งเป็นตำหนิของแม่พิมพ์ที่เป็นส่วนลึกสุด ถึงแม้องค์ใดจะผ่านการใช้จนสึกหรือกดพิมพ์ไม่ลึกเพียงพอ แต่เนื้อพอกส่วนเกินของซอกแขนนี้ก็คงจะยังปรากฏให้เห็นชัดเจนอยู่
ข้อศอกซ้ายด้านนอกของพระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะไม่มีเส้นชายจีวรแล่นจากข้อศอกมายังเข่าเหมือนพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่
มุมหัวฐานด้านขวาขององค์พระ สมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ชั้นล่างสุด จะมีเส้นรอยแตกของแม่พิมพ์วิ่งแล่นจรดมุมซุ้ม
สัดส่วนของพระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะเล็กกว่าพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่
ท้ายสุดคือ พิมพ์ด้านหลัง ของพระสมเด็จ พิมพ์ทรงเจดีย์ จะไม่เหมือนพิมพ์ด้านหลังของพระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ ตามภาษาวงการพระเรียกว่า "พิมพ์หลังทื่อ" หรือหลังเรียบ และขอบด้านหลังจะมี "รอยปูไต่" อันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้สร้างขึ้นครับผม








