สัปดาห์พระเครื่อง / อ.ราม วัชรประดิษฐ์
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร หรือพระองค์ชายกลาง (29 เมษายน 2456 - 1 ตุลาคม 2534) เป็นพระโอรสใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศร์ กับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล (พระธิดาใน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ซึ่งเป็นพระอนุชาร่วมพระครรภ์ เชษฐา กับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) มีพระเชษฐาและพระอนุชา คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ทรง เสกสมรส กับหม่อมราชวงศ์กุลปราโมทย์ ยุคล (สวัสดิกุล) มีหม่อม ได้แก่ หม่อมสมเชื้อ ยุคล ณ อยุธยา (ชมเสวี), หม่อมทองไพ ยุคล ณ อยุธยา (ประยูรโต), หม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา (ประยูรโต), หม่อมบัวทอง ยุคล ณ อยุธยา (ไตลังคะ) มีพระโอรส-พระธิดา ได้แก่ หม่อมเจ้าจามเทพี ยุคล ประสูติในหม่อมราชวงศ์หญิงกุลปราโมทย์ ยุคล หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล ประสูติในหม่อมสมเชื้อ ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าวิสาขะ ยุคล ประสูติในหม่อมทองไพ ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล ประสูติในหม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าหญิง (ไม่ปรากฏพระนาม) (พระชนมชีพ 1 วัน) ประสูติในหม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล (24 ต.ค. 2493) ประสูติในหม่อมทองแถม ยุคล ณ อยุธยา หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล (9 ก.ค. 2494) ประสูติในหม่อมบัวทอง ยุคล ณ อยุธยา และหม่อมราชวงศ์ทิตตาทร ยุคล
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2534 พระชันษา 78 ปี โดย พระองค์ชายกลางทรงมีความเกี่ยวพันกับตำนานการสร้างพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากท่านทรงคบหาสนิทสนมเป็นมิตรกับคหบดีใหญ่ปักษ์ใต้คือ คุณอนันต์ คนานุรักษ์ และได้รับมอบพระเครื่องหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี 2497 จากคุณอนันต์มาหนึ่งองค์โดยทรงบูชาติดตัวประจำ
ครั้งหนึ่งรถยนต์ที่ประทับเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ แต่ พระองค์ เองไม่มีอันตรายแม้แต่รอยขีดข่วน ทำให้ท่านเกิดความศรัทธาในองค์หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ อย่างสูง และเมื่อทางวัดโดยพระอาจารย์ทิม และ คุณอนันต์ คณานุรักษ์ จะจัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดปี 2505 ท่านจึงปวารณาตัวขอเป็นผู้อุปถัมภ์ในการจัดสร้าง และได้นำชนวนโลหะอัน ศักดิ์สิทธิ์ มาเทหล่อเป็นเนื้อโลหะต่างๆ ที่กรุงเทพมหานคร กลายเป็นพระรุ่น พ.ศ. 2505 ที่ลือลั่นมาจนถึงปัจจุบัน
ในการจัดสร้างพระครั้งนั้น เนื่องด้วยเสด็จพระองค์ชายกลางเป็นผู้อุปถัมภ์ จึงสำเร็จลุล่วงด้วยดี และท่านได้จัดสร้าง "พระกริ่ง" อันงดงามด้วยพุทธลักษณะขึ้นในครั้งนั้นด้วย เมื่อทำการหล่อพระกริ่งได้โปรดให้ช่างแกะแม่พิมพ์ขึ้น และเททองปลุกเสกโดยพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้พร้อมกันกับพระเครื่องหลวงปู่ทวดปี 2505
ครั้นเสร็จจากพิธี ท่านได้ถวายพระกริ่งซึ่งสำเร็จขึ้นมีพุทธลักษณะงดงามให้กับวัดช้างให้จำนวน 300 องค์ ซึ่งเรียกกันต่อมาว่า "พระกริ่งใหญ่หลวงปู่ทวด" หรือ "พระกริ่งวัดช้างให้" ส่วนที่เหลือทรงนำมาถวายให้วัดตาก้อง ด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพรนั้นท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง และปลุกเสกอีกวาระโดยเกจิอาจารย์สายนครปฐม ผู้คนเรียกกันว่า "พระกริ่งเฉลิมพล" ซึ่งทั้งสองประเภทได้รับความนิยมแสวงหาจากนักสะสมอย่างยิ่ง และต่อมาผู้คนก็พลอยเรียกพระกริ่งของวัดช้างให้ว่าพระกริ่งเฉลิมพลไปด้วย
แต่หากพิจารณากันแล้วกริ่งที่แยกกันดังกล่าวมีส่วนต่างกันก็คือ พระกริ่งเฉลิมพล วัดตาก้อง จะมีการอุดกริ่งที่ฐานและมักจะมีการตอกหมายเลขกำกับ พร้อมโค้ดลายเซ็น "เฉลิมพล" ซึ่งอาจจะมีเพียงตัวเลข หรือพระนามอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ บางองค์พบว่ามีเพียงโค้ดตัว ฉ ตอกกำกับ บางองค์ไม่ตอกก็ยังมี ส่วนพระกริ่งวัดช้างให้นั้นบรรจุเม็ดกริ่งแบบกริ่งนอก คือคว้านก้นใส่เม็ดกริ่งแล้วอุดฐาน
ลักษณะของพระกริ่งเฉลิมพลทั้งสองวัด เป็นการเทหล่อแบบโบราณจึงมีคราบดินขี้เบ้าปรากฏ มีการแต่งบ้างเล็กน้อย พุทธลักษณะงดงาม องค์พระประทับนั่ง ปางมารวิชัย สมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายทรงวชิระหรือหม้อน้ำมนต์ เป็นแม่พิมพ์แบบไม่ประกบจึงไม่มีรอยประกบด้านข้าง องค์พระค่อนข้างเพรียวยาว พระเนตรนูนเป็นตาเนื้อ อุณาโลมเป็นเม็ดกลม ด้านหลังไม่มีกลีบบัว กระแสจะออกทางแดงอมน้ำตาล มักพบรอยตะไบแต่งขอบข้างเป็นริ้วบางๆ
ปัจจุบัน "พระกริ่งเฉลิมพล" เป็นที่เสาะแสวงหาของบรรดาผู้นิยมสะสมอย่างมากทีเดียวเชียวครับผม
#สัปดาห์พระเครื่อง #อรามวัชรประดิษฐ์ #พระกริ่งเฉลิมพล #หลวงปู่ทวด #วัดช้างให้ #พระเครื่องยอดนิยม #สายสะสม








