ชาวจันทบุรีแห่ทะลักสำนักงานขนส่งจังหวัดเพื่อยื่นทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังถูกตัดสิทธิ์จากเกณฑ์ถือครองรถ ด้านกรมการขนส่งฯ เผยหลักเกณฑ์ใหม่ผ่อนปรนให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถยื่นอุทธรณ์ได้
วันที่ 22 ก.ค.69 ชาวจันทบุรี จำนวนมากเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเพื่อยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังจากถูกตัดสิทธิ์จากการถือครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์เกินเกณฑ์ โดยบรรยากาศตลอดช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาติดต่อกรณีถือครองรถเกินจำนวนทั้งรถยนต์ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจันทบุรีเผยว่า ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา รวม 3 วัน คือวันศุกร์ วันจันทร์ และวันอังคาร มีประชาชนเดินทางมาทบทวนสิทธิ์แล้วประมาณ 1,500 คน จากทุกอำเภอทั่วจังหวัด
สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางมาติดต่อ เปรียบเสมือนคนจนที่รู้สึกเหมือนทำผิด แต่วันนี้อยากได้สิทธิ์จึงต้องอดทนขวนขวาย ตรวจสอบ และทำทุกทางด้วยความหวังเพื่อให้ได้บัตรสวัสดิการฯ ไปใช้ต่อชีวิต ท่ามกลางความหวังที่จะได้ลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว
โดยสำนักงานขนส่งจันทบุรีได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ช่องทางการอุทธรณ์ผ่านเว็บไซต์สวัสดิการแห่งรัฐ แอปทางรัฐ แอปเป๋าตัง หรือผ่าน 4 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ออมสิน ธ.ก.ส. และธนาคารอิสลาม รวมถึงสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการถือครองกรรมสิทธิ์รถได้ฟรีที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือที่ว่าการอำเภอใกล้บ้าน โดยผู้สูงอายุและผู้พิการสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้
ล่าสุดได้มีการประกาศปรับหลักเกณฑ์การพิจารณากรรมสิทธิ์รถของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ยื่นอุทธรณ์รับสิทธิ์ตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ รถยนต์ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี จะยังได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ , รถจักรยานยนต์ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี จะยังได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ , ผู้ที่ถือครองรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 300 ซีซี จำนวน 2 คัน หรือรถที่กำลังผ่อนอยู่กับไฟแนนซ์ จะยังได้รับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐ กรณีรถที่โอนลอยไปแล้ว แต่ยังไม่มีการจัดโอนกรรมสิทธิ์ ให้ยื่นหลักฐานการขายหรือบันทึกถ้อยคำจากสถานีตำรวจภูธรใกล้บ้าน ส่วนกรณีที่ไม่เคยมีรถแต่ถูกแอบอ้าง นำชื่อไปเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ซื้อรถ หรือกรณีรถยนต์สิ้นสภาพและจอดเสียไม่ได้ต่อทะเบียน สามารถแจ้งเรื่องได้ที่กรมการขนส่งฃทางบก
ด้านตัวแทนประชาชนอย่าง นางนก อายุ 57 ปี ชาวอำเภอแหลมสิงห์ เปิดเผยว่า เดินทางมาพร้อมเพื่อนบ้านที่ถูกตัดสิทธิ์จากกรณีครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์เกินจำนวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถเก่าอายุเกิน 15 ปี และมีชื่อถือครองหลายคันแต่ไม่ได้ใช้งานจริง บางคันจอดเสียและไม่ได้ต่อทะเบียน แม้จะต้องเดินทางมาไกลและลำบากแค่ไหนก็ยอมทำทุกทาง เพราะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีความหมายอย่างมากในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว และพร้อมสู้ยื่นอุทธรณ์ตามความจริงเพื่อให้ได้สิทธิ์กลับคืนมาอีกครั้ง








