ส.ป.ก.เดินหน้าโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝก สร้างความรู้ความเข้าใจในการนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ทั้งด้านการเกษตรและสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ ส.ป.ก. มุ่งเน้นการอนุรักษ์ดินและน้ำ พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาและป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาและให้เกิดความยั่งยืน จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้นำหญ้าแฝกมาใช้เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2534 เป็นต้นมา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้สนองงานพระราชดำริด้านหญ้าแฝก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 โดยการรณรงค์ ส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำในเขตปฏิรูปที่ดิน และจากสถานการณ์การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการทำการเกษตรที่ถูกวิธี คือ การทำการเกษตรแบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องอนุรักษ์ คือ ทรัพยากรดิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการประกอบอาชีพการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่การเกษตรที่มีความลาดชัน และพื้นที่เสื่อมโทรมหรือเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของหน้าดิน จำเป็นต้องมีการอนุรักษ์ทรัพยากรดินโดยการใช้หญ้าแฝก ซึ่งเป็นหญ้าที่มีระบบรากแผ่กว้าง สานกันแน่น หยั่งลึกลงไปในดินและไม่มีการระบาดเหมือนวัชพืชทั่วไป
อย่างไรก็ดี จากการติดตามประเมินผลการดำเนินงานการปลูกหญ้าแฝก พบว่าอัตราการรอดของหญ้าแฝกมีปริมาณน้อย เนื่องจากขาดผู้ดูแลรักษา เกษตรกรขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหญ้าแฝก ดังนั้น ในปีพ.ศ. 2558 – 2562 นอกจากกิจกรรมอนุรักษ์ดินและน้ำ ส.ป.ก.ได้ปรับแนวทางการดำเนินงานโดยเพิ่มเติมกิจกรรม “แปลงเรียนรู้การใช้ประโยชน์ระบบหญ้าแฝก” โดยเริ่มดำเนินงานใน 13 จังหวัดนำร่องเมื่อปี พ.ศ. 2558 และดำเนินงานแปลงเรียนรู้ฯ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี พ.ศ. 2562 โดยมีจังหวัดต่าง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มเติมอีก 12 จังหวัด รวม 25 จังหวัดนำร่อง (จังหวัดนำร่องชุดแรก) หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2563 - 2566 ส.ป.ก.ได้ต่อยอดกิจกรรม “แปลงเรียนรู้การใช้ประโยชน์ระบบหญ้าแฝก” โดยดำเนินงานในพื้นที่ 16 จังหวัดนำร่อง อย่างต่อเนื่องเป็นเวลารวม 4 ปี (จังหวัดนำร่องชุดที่สอง) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาจากบุคคลสู่พื้นที่แปลงเกษตรกรรม โดยการปลูกหญ้าแฝกที่ใจคนก่อน เพื่อให้เกษตรกรเกิดความตระหนักเห็นถึงประโยชน์ของหญ้าแฝก และปลูกหญ้าแฝกร่วมกับพืชอื่น ๆ ในแปลงเกษตรกรรมอย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งมีการส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากใบแฝก เพื่อสร้างอาชีพ รายได้ ให้เกิดการเกื้อกูลการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ส.ป.ก. ยังคงดำเนินงานสนองพระราชดำริด้านหญ้าแฝก โดยร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนแม่บทการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2566 - 2570) ด้วยกิจกรรมอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกในเขตปฏิรูปที่ดิน ตามที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก. จังหวัด) 72 จังหวัด พิจารณาว่ามีความพร้อมและเหมาะสมที่จะนำไปส่งเสริมและปลูก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะหรือในแปลงเกษตรกรรม
“ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ส.ป.ก. ยังคงดำเนินงานสนองพระราชดำริด้านหญ้าแฝกอย่างต่อเนื่องโดยร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนแม่บทการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2566 - 2570) ด้านกิจกรรมอนุรักษ์ดินและน้ำ ด้วยส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝกในเขตปฏิรูปที่ดินครบทั้ง 72 จังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตปฏิรูปที่ดิน ตามแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 7 และจะพัฒนาทักษะเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริและสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทั้งการอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมทั้งการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งขยายผลพระราชดำริโดยการสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกและใช้ประโยชน์หญ้าแฝกในเขตปฏิรูปที่ดิน และเพื่อร่วมกันสนองงานพระราชดำริให้เกิดการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างรู้ค่า รู้ประโยชน์ต่อไป”เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าว








