วันที่ 10 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???
หลังจากเกิดเหตุความรุนแรง มีการใช้อาวุธปืนกราดยิงครูและนักเรียน ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า การมีอาวุธปืนในครอบครอง การเข้าถึงอาวุธปืน เป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในสังคมไทย จนหลายฝ่ายมีข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการมีอาวุธปืน การครอบครองอาวุธปืน และการเข้าถึงอาวุธปืน โดยมีข้อเสนอที่หลากหลาย
ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองคนหนึ่ง อยากจะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีอาวุธปืน และแนวทางแก้ปัญหาเกี่ยวกับอาวุธปืนดังนี้ คือ
ส่วนแรก การมีอาวุธปืน การครอบครองอาวุธปืน เกิดจากค่านิยมดังต่อไปนี้ คือ
1.ความเป็นลูกผู้ชาย ความเป็นนักเลงต้องพกปืน ลูกผู้ชายตัวจริงจะต้องมีอาวุธประจำกาย ถึงขั้นมีการโพสต์กันในสื่อโซเชียล เช่น ประตูมีกลอน คนคอนมีปืน
2.มีค่านิยมว่า พกปืนติดตัวหนึ่งกระบอก ไปไหนมาไหน ดีกว่ามีเพื่อนร่วมการเดินทางไปด้วยจำนวน5คน
3.การมีปืนหรือพกปืนติดตัว เป็นการเสริมบารมี ทำให้ผู้อื่นหรือผู้ที่พบเห็นเกรงขาม
4.การพกปืนติดตัว หรือมีปืนประจำตัว สามารถใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ในยามฉุกเฉิน จึงเห็นการพกปืนไปไหนมาไหน ติดตัว ติดรถเป็นจำนวนมาก
ส่วนที่สอง เกิดจากการอนุญาตของภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์ครอบครองปืน หรือเข้าถึงการเป็นเจ้าของปืน เช่น
1.มีการออกใบอนุญาตซื้อปืน หรือที่เรียกกันว่า ใบป.3 คือใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุน มีอายุการใช้งาน6เดือน ตั้งแต่วันออกใบอนุญาต ใบป.4 คือใบอนุญาตให้มี และใช้อาวุธปืน หรือที่เรียกกันว่า ทะเบียนปืนหลัก ใช้ได้ตลอด ตราบใดที่ยังเป็นเจ้าของปืน ใบป.12 คือใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว หรือใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนไปในสถานที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นใบป.3 ใบป.4 ใบป.12 ล้วนแต่มีมูลค่า เจ้าหน้าที่ผู้ออกใบอนุญาต มีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะค่าออกใบอนุญาต เป็นที่รู้กันว่าราคาต่ำสุด ใบละ 5000 บาท ถึงใบละ 20,000บาท
2.รัฐบาลต้องยกเลิกโครงการการจัดซื้อปืน หรือนำเข้าปืนมาเป็นสวัสดิการให้กับหน่วยงานต่างๆ เป็นโครงการซื้อปืนสวัสดิการราคาถูก ซึ่งมีหลายหน่วยงาน สมาชิกซื้อปืนในราคาถูก และใช้สิทธิ์ครอบครองปืนตามเงื่อนไขที่กำหนด เมื่อครบเงื่อนไขห้ามโอนหรือห้ามซื้อขายแล้ว ก็สามารถขายให้กับบุคคลอื่นได้ตามปกติ จึงทำให้มีการซื้อปืนสวัสดิการไปขายต่อในราคาที่สูงขึ้น ควรจะยกเลิกโครงการปืนสวัสดิการอย่างเด็ดขาด
3.ต้องห้ามออกใบอนุญาตให้กับร้านขายปืนเพิ่ม ซึ่งเมื่อปี 2535 มีใบอนุญาตร้านขายปืนอยู่ 335 ร้าน และมาเพิ่มขึ้นอีกในปี 2552 กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งเพิ่มใบอนุญาตให้เปิดร้านขายอาวุธปืนอีก 150 ร้าน รวมตอนนี้มีร้านขายอาวุธปืนอยู่ 485 ร้าน ถ้าย้อนกลับไปดูปี 2552 กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งหรือมีใบอนุญาตให้เพิ่มร้านขายอาวุธปืนขึ้น เกิดในสมัยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชื่อ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในยุคนั้น คือ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
ถ้าหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะแก้ปัญหาการครอบครองอาวุธปืน การมีอาวุธปืน การพกพาอาวุธปืนให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด หรือเป็นจริงในทางปฏิบัติ ก็ควรยึดหลักตามแนวทางที่ได้เสนอไว้ข้างต้น








