เปิดทางออก สร้างทางเลือก เพิ่มโอกาสแก่เยาวชนคนเกษตร เติมเต็มความรู้ ทักษะ รวมถึงการเข้าถึงการบริหารเงินทุนและการตลาด สำนักงาน กปร. จับมือ ธ.ก.ส. เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถเกษตรกรรุ่นใหม่ มุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนเกษตรทั่วทุกภูมิภาคของไทย เข้าถึงช่องทางประกอบอาชีพอย่างมั่นคง
นายปริญญวัฒน์ วัชรอาภากร ที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถเกษตรกรรุ่นใหม่ 2569 พร้อมบรรยายในหัวข้อ “หลักการทรงงานและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ได้เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือภายใต้บันทึกข้อตกลง “การเสริมพลังความร่วมมือและเชื่อมโยงเครือข่ายตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ระหว่างสำนักงาน กปร. และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 เพื่อบูรณาการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผ่านศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ
“เป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้และหลักการทรงงานตามแนวพระราชดำริ ที่ประสบความสำเร็จจากการศึกษา ทดลอง ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ถ่ายทอดสู่เกษตรกรคนรุ่นใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการแล้ว 2 รุ่น โดยรุ่นแรกจัดขึ้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมจำนวน 100 คน ส่วนครั้งนี้จัดขึ้นที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี มีเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าร่วม 106 คน และอีก 4 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ จะทยอยจัดให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการคือเยาวชนเกษตรกร อายุไม่เกิน 45 ปี
มีพื้นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพในบริเวณใกล้เคียงกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเข้ามาเรียนรู้และศึกษาดูงาน และต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการด้านการเกษตรที่มีความรู้ ความเข้าใจด้านการผลิตและการตลาดอย่างมีภูมิคุ้มกัน โดยมีวิทยากรจาก ธ.ก.ส. และทีมงานร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตลาดและการบริหารต้นทุน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตต่อไป” นายปริญญวัฒน์ กล่าว
ด้านนายจิรศักดิ์ สุยาคำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนา SME และ Startup ธ.ก.ส. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการขับเคลื่อนเกษตรกรรุ่นใหม่ให้น้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญแห่งการสืบสานพระราชปณิธานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และวาระครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
“เยาวชนเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประโยชน์ในการพัฒนาธุรกิจของตนเอง ก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในชุมชน สามารถสานต่ออาชีพจากรุ่นพ่อแม่ รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือในชุมชน มีความรู้ความเข้าใจและเข้าถึงสินเชื่อซอฟต์โลน รวมถึงสามารถทำการตลาดได้ด้วยตนเอง ที่สำคัญคือการเป็นกำลังสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้บริหารจัดการการผลิต ทั้งในรูปแบบกลุ่มและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกัน พร้อมด้วยความรู้และคุณธรรม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถนำมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ได้จริง” นายจิรศักดิ์ กล่าว
ขณะที่นางสาวเบญจภรณ์ เกื้อวงษ์ เยาวชนเกษตรกรจากอำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ผู้เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า ตนได้รับการสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมจากครอบครัว และการอบรมครั้งนี้ทำให้ได้รับความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับการลงทุนและการบริหารจัดการธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีทางการเงิน การบริหารจัดการความรู้ทางการเงิน การรับมือภัยไซเบอร์ การตลาดยุคดิจิทัล การใช้ AI เพื่อการตลาด การเป็น Influencer รวมถึงการเข้าถึงแพลตฟอร์มการตลาดของ ธ.ก.ส. ที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายที่จะนำความรู้ไปต่อยอดการเพาะสาหร่ายผักกาดทะเลในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ในช่วงที่ผลผลิต และไม้ผลมีราคาตกต่ำ อีกทั้งยังช่วยสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
“หลังจบการอบรมครั้งนี้ จะนำความรู้ไปต่อยอดการเพาะเลี้ยงและแปรรูปสาหร่ายผักกาดทะเลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ รวมถึงได้นำความรู้ด้านการบริหารงบประมาณ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการทำการตลาดด้วยตนเองมาปรับใช้ ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรรุ่นใหม่สามารถพัฒนาธุรกิจของตนเองให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” นางสาวเบญจภรณ์ กล่าว








