ปลัดเกษตรฯ ติดตามโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพฯ ชูแผนบูรณาการเตรียมรับมือความเสี่ยงก่อนฤดูกาลผลิต เล็งขยายผลต่อยอดพื้นที่-สินค้าเกษตรอื่น มุ่งเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงโครงการ
วันที่ 27 เม.ย.69 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารและติดตามโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพตัดแต่งทรงพุ่ม/ช่อผล ฟื้นฟูสวนลำไย เพื่อเพิ่มรายได้ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (135) และผ่านระบบการประชุมทางไกล Zoom Cloud Meeting ว่า ลำไยถือเป็นสินค้าเกษตรของไทยชนิดหนึ่งที่มีความต้องการของตลาดต่างประเทศค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในตลาดประเทศจีน ซึ่งโครงการพัฒนาสวนลำไยคุณภาพฯ นี้เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรปรับโครงสร้างการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตลำไยไทยสู่ตลาดโลก มุ่งเพิ่มสัดส่วนลำไยคุณภาพสูงเกรดพรีเมียม (AA และ A) ให้เพิ่มขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แพร่ พะเยา น่าน และตาก กระทรวงเกษตรฯ โดย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้มีการรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 - 31 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่า มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งสิ้น 81,524 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 65.28 ของเป้าหมาย และได้บูรณาการร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส) ในการชำระเงินอุดหนุนค่าตัดแต่งทรงพุ่มและปัจจัยการผลิตในอัตราไร่ละ 1,000 บาท (ไม่เกิน 10 ไร่ต่อครัวเรือน) ไปแล้วกว่า 79,570 ครัวเรือน ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล เพื่อส่งให้ ธ.ก.ส. เตรียมชำระเงินอุดหนุนครั้งที่ 7 (ครั้งสุดท้าย) ในวันนี้ 15 พฤษภาคม 2569 นี้ต่อไป
สำหรับสถานการณ์การผลิตลำไยภาคเหนือ ปี 2569 โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดการณ์ว่าผลผลิตลำไย ปี 2569 มีแนวโน้มลดลงร้อยละ 5.61 เนื่องจากปัจจัยความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ และปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมอื่น ๆ โดยปลัดเกษตรฯ จึงได้กำชับกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องด้านการผลิตลำไยในเชิงบูรณาการอย่างรอบด้าน เพื่อวางแผนแนวทางการส่งเสริมการผลิตให้แก่พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย พร้อมทั้งเตรียมศึกษาแนวทางการขยายผลโครงการไปยังกลุ่มพื้นที่การผลิตอื่น และสินค้าเกษตรชนิดอื่นเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าการขยายโอกาสในการเข้าถึงโครงการฯ ของพี่น้องเกษตรกรให้มากขึ้นอีกด้วย








