โฆษกวิปวุฒิสภาเปิดหน้าชน! "พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์" ฉะ "พรรคประชาชน" ปมจัดเสวนาครบรอบ 2 ปี เลือก สว. ชี้จงใจใช้สถานที่สภาฯ สร้างความน่าเชื่อถือเพื่อดิสเครดิต ตั้งคำถาม "ไอติม-พริษฐ์" เอาหลักฐานชั้นสอบสวนมาเผยแพร่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมจี้ กกต. เร่งตรวจสอบลายนิ้วมือบนธนบัตรและโพย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของสมาชิกวุฒิสภา
วันที่ 15 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ได้แถลงข่าวชี้แจงกรณีคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทงานครบรอบ 2 ปี การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ว่า การจัดเสวนาดังกล่าวเป็นการตั้งใจเลือกสถานที่ภายในอาคารรัฐสภาเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ แต่มีเจตนาเพื่อกล่าวหาและโจมตีสมาชิกวุฒิสภาโดยตรง ทั้งนี้ ยืนยันว่าทาง สว. ไม่เคยขัดขวางกระบวนการตรวจสอบ และให้ความร่วมมือกับองค์กรอิสระอย่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาโดยตลอด
"การจัดงานเสวนาที่ผ่านมา มีลักษณะของการใส่ร้ายป้ายสี เป็นการพาดหัวยั่วให้คลิก หรือ คลิกเบต (Clickbait) ซึ่งเป็นไปตามสไตล์ของลัทธิส้ม ที่เน้นยอดไลก์ ยอดแชร์ และความสะใจ แต่กลับละเลยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย การกระทำนี้สร้างความเข้าใจผิดต่อสังคม และเป็นการลดทอน ด้อยค่า ดูหมิ่นศักดิ์ศรีของ สว. ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแม่น้ำสายหลักของกระบวนการนิติบัญญัติ และเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยเช่นกัน" นายพิสิษฐ์ กล่าว
โฆษกวิปวุฒิสภา ยังตั้งข้อสังเกตถึงความถูกต้องทางกฎหมาย โดยระบุว่า หากหลักฐานที่นายพริษฐ์นำมาเปิดเผยนั้นเป็นของจริง เหตุใดจึงสามารถนำออกมาจากกระบวนการไต่สวนสอบสวนได้ เนื่องจากตามหลักกฎหมายแล้ว ข้อมูลในสำนวนไม่สามารถนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะได้จนกว่าคดีจะสิ้นสุดลง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายเสียเอง และมองว่ามีจุดประสงค์แอบแฝงเพื่อกดดันการทำงานของ กกต.
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า หากนายพริษฐ์มีความบริสุทธิ์ใจจริง ควรนำหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ โพย หรือธนบัตร ไปมอบให้ กกต. และดีเอสไอ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ลายนิ้วมือบนธนบัตรและเอกสารโพยได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง
เมื่อถามว่า กรณีที่อดีต สว. บางท่านร่วมใช้วาทกรรมโจมตี เช่น คำว่า ฮั้ว, กินรวบ, ผูกขาด หรือเข้าสู่อำนาจโดยมิชอบ นายพิสิษฐ์มองว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและทำลายภาพลักษณ์ของ สว. ชุดปัจจุบัน ทั้งที่ทุกคนยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย และเข้ามาตามกติกาของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทุกประการ แต่กลับถูกตัดสินโดย "ศาลเตี้ย" ทางสังคม
"การที่ สว. มีอำนาจรับรองตำแหน่งในองค์กรอิสระ ไม่ใช่เพิ่งเริ่มมีในรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่มีมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งอดีต สว. ที่มาร่วมอภิปรายโจมตีในวันนั้นก็เคยอยู่ในเหตุการณ์ยุคที่ถูกเรียกว่าสภาผัวเมีย ท่านคงไม่ได้ความจำสั้น หรือมีพฤติกรรมเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า" นายพิสิษฐ์ กล่าว
นายพิสิษฐ์ได้ฝากความไปยัง กกต. ให้ช่วยตรวจสอบคลิปวิดีโองานเสวนาที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม YouTube ว่า ข้อมูลและหลักฐานเหล่านั้นอยู่ในสำนวนการสอบสวนของ กกต. หรือไม่ และหากอยู่ในสำนวนจริง การนำออกมาเผยแพร่เช่นนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากไม่ชอบด้วยกฎหมาย กกต. จะดำเนินการอย่างไรต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
#พิสิษฐ์ #สว #กกต #รัฐสภา #ฝ่ายค้าน #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








