สว.เปรมศักดิ์ ซัดโครงการ “อาสาพยาบาลชุมชน” ของรัฐบาล ไม่ใช่แค่สร้างงาน แต่เป็นการสร้างเครือข่ายการเมืองด้วยงบประมาณแผ่นดิน ตั้งข้อสงสัยระบบคัดเลือกใช้เพียงการสัมภาษณ์ เปิดช่องเด็กฝากและการเมืองแทรกแซง พร้อมเรียกร้องฝ่ายค้านและกรรมาธิการงบประมาณเร่งตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีรัฐบาลเปิดรับสมัคร “อาสาพยาบาลชุมชน” เป็นวันแรก ว่า แม้โครงการดังกล่าวจะถูกนำเสนอในฐานะการสร้างเครือข่ายดูแลสุขภาพเชิงรุกและยกระดับการดูแลสุขภาพปฐมภูมิในชุมชน แต่หากพิจารณาในรายละเอียดกลับพบหลายประเด็นที่น่ากังวล และอาจมีนัยทางการเมืองแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้รับการบรรจุเป็นนโยบายของรัฐบาลและมีงบประมาณปี 2570 รองรับ โดยในระยะแรกจะคัดเลือกอาสาพยาบาลชุมชนตำบลละ 1 คน ก่อนขยายผลไปสู่ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศในระยะต่อไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข โดยมี นพ.ภูวเดช สุรโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นประธานกรรมการคัดเลือกระดับประเทศ และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกในแต่ละพื้นที่
สำหรับผู้สมัครแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทั่วไป ซึ่งต้องผ่านการอบรม 240 ชั่วโมง ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านสุขภาพ อบรม 120 ชั่วโมง และกลุ่มพยาบาลวิชาชีพหรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ซึ่งจะอบรมเพียง 30 ชั่วโมง
นพ.เปรมศักดิ์ มองว่า แม้โครงการจะถูกอ้างว่าเป็นการสร้างงานและเพิ่มกำลังคนด้านสุขภาพ แต่กลับมีความเสี่ยงที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเฉพาะการคัดเลือกที่ใช้วิธีสัมภาษณ์เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจเปิดช่องให้เกิดระบบ “เด็กฝาก” หรือการแทรกแซงจากนักการเมืองในพื้นที่
“ผมได้รับข้อมูลว่ามีการฝากคนผ่านนักการเมืองและ สส.จำนวนมาก เพราะตำบลละเพียง 1 คนเท่านั้น การคัดเลือกด้วยการสัมภาษณ์อย่างเดียว ย่อมเปิดช่องให้มีการใช้ดุลยพินิจอย่างกว้างขวาง จนเกิดข้อครหาว่าเป็นการคัดเลือกคนของฝ่ายการเมือง เป็นการวางฐานทางการเมืองหรือเป็นหัวคะแนนระยะยาว เอาเปรียบพรรคการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามและยังใช้งบประมาณของหลวงสร้างหัวคะแนนในพื้นที่” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า การขยายโครงการจากตำบลละ 1 คน ไปสู่หมู่บ้านละ 1 คนในอนาคต อาจเป็นการสร้างเครือข่ายทางการเมืองขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยใช้เงินงบประมาณของรัฐเป็นเครื่องมือ
นี่อาจไม่ใช่แค่โครงการด้านสุขภาพ แต่เป็นการวางแผนสร้างฐานคะแนนทางการเมืองระดับรากหญ้า ใช้เงินหลวงสร้างแกนนำ สร้างหัวคะแนนอย่างแยบยล และเป็นการสืบทอดอำนาจทางการเมืองในอนาคต จึงขอตั้งคำถามถึงความจำเป็นของโครงการ เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมถึงผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง หรือ Caregiver ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้านสุขภาพในชุมชนอยู่แล้ว ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนทั้งด้านภารกิจและงบประมาณ
“ถ้ารัฐบาลมีงบประมาณก้อนนี้จริง เหตุใดจึงไม่นำไปช่วยโรงพยาบาลที่กำลังขาดทุน หรือสนับสนุนระบบผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่มีอยู่แล้วให้เข้มแข็งขึ้น แทนที่จะสร้างบุคลากรชุดใหม่ขึ้นมาซ้ำซ้อน และสงสัยว่าโครงสร้างการบริหารของอาสาพยาบาลชุมชนอาจก่อให้เกิดความสับสนและความขัดแย้งในการปฏิบัติงานกับหน่วยบริการสุขภาพเดิม โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นพ.เปรมศักดิ์ ยังเรียกร้องให้กรรมาธิการงบประมาณและพรรคฝ่ายค้านตรวจสอบโครงการนี้อย่างละเอียด ในขณะที่สังคมกำลังจับตาประเด็นทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจมีอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันกำลังดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ คนอาจกำลังสนใจเรื่องอื่น แต่เรื่องนี้สำคัญกว่า เพราะเป็นการสร้างคนด้วยเงินหลวง หากปล่อยผ่านไปง่าย ๆ วันหนึ่งอาจกลายเป็นเครือข่ายทางการเมืองขนาดใหญ่ทั่วประเทศ
#เปรมศักดิ์ #สว #อาสาพยาบาล #เงินหลวง #เด็กฝาก #หัวคะแนน #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








