กรมชลประทานเผยสถานการณ์น้ำทั่วประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดี มีน้ำรวมกว่า 56,418 ล้าน ลบ.ม. หรือ 74% ของความจุอ่าง ขณะที่ 4 เขื่อนหลักเจ้าพระยามีน้ำกว่า 75% พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งและเฝ้าระวังความเค็มใกล้ชิด
วันที่ 6 มี.ค.69 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 56,418 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุอ่างฯ รวมกัน
ขณะที่ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันกว่า 18,000 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุอ่างฯ ทั้งนี้ ตั้งแต่เริ่มแผนบริหารจัดการน้ำจนถึงปัจจุบัน มีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 20,000 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของแผน ซึ่งยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ด้านสถานการณ์คุณภาพน้ำ กรมชลประทานได้ติดตามและเฝ้าระวังค่าความเค็มอย่างใกล้ชิดในแม่น้ำสายหลัก 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา บางปะกง ท่าจีน และแม่กลอง โดยผลการตรวจวัดพบว่า คุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
นอกจากนี้ กรมชลประทานได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อนำข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาและสถานการณ์น้ำมาประกอบการวิเคราะห์และวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมติดตามและประเมินแนวโน้มสภาพอากาศ โดยเฉพาะสถานการณ์ ฝนทิ้งช่วง เพื่อเตรียมมาตรการรองรับและลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคการเกษตร
พร้อมกันนี้ กรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยจัดเตรียม เครื่องสูบน้ำและรถบรรทุกน้ำ เพื่อสนับสนุนและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ขาดแคลนน้ำ ทั้งในเขตและนอกเขตชลประทาน รวมทั้งดำเนินการ กำจัดวัชพืชและผักตบชวาที่กีดขวางทางน้ำ ในลำคลองและแหล่งน้ำต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึงและเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้งนี้
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนหรือหน่วยงานใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วน 1460 ชลประทานบริการประชาชน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ https://www2.rid.go.th/th/main
#SWOCRID #กรมชลประทาน








