กรมชลฯ เผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีปริมาณน้ำเพียงพอ พร้อมส่งเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุกน้ำช่วยพื้นที่เสี่ยงตามแผนบริหารจัดการน้ำจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569
วันที่ 31 มี.ค.69 ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center : SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 51,163 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็นร้อยละ 67 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกว่า 16,700 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 67 ของความจุอ่างฯรวมกัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึงปัจจุบัน มีการใช้น้ำไปแล้วกว่า 26,037 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 78 ของแผนฯ
ด้านสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง กรมชลประทานยืนยันว่าปริมาณน้ำ มีเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และการรักษาระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่นอกเขตชลประทานบางแห่ง ซึ่งอาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นหลัก ปริมาณน้ำมีแนวโน้มลดลงตามสภาพฤดูกาล ทั้งนี้ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกน้ำ และเครื่องจักรกลต่าง ๆ เข้าไปในพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและให้ประชาชนสามารถเข้าถึงน้ำได้อย่างเพียงพอ
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานทุกแห่ง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูแล้งนี้ ให้เป็นไปตามแผนการจัดสรรน้ำที่วางไว้ ไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 รวมทั้งปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ กรมชลประทานได้มีการคาดการณ์ปริมาณน้ำล่วงหน้า และวางแผนสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำเพิ่มเติมได้ที่ https://www2.rid.go.th/th/main
#SWOCRID #กรมชลประทาน
ขอบคุณข้อมูลภาพ: สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา, สำนักงานเลขานุการกรม








