กรมชลประทาน ผนึกกำลัง สทนช. - เวิลด์แบงก์ - ADB รุดลงพื้นที่ "ชัยนาท-อยุธยา" เร่งเครื่องบิ๊กโปรเจกต์ "คลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย" มุ่งแก้ท่วม-แล้ง ยั่งยืน
วันที่ 25 มี.ค.69 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วย นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน นำทีมคณะผู้บริหารจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และ Ms. Melinda Good Division Director for Thailand and Myanmar จากธนาคารโลก (World Bank) Mr. Aaron Batten Country Director จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำเจ้าพระยา (โครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย) ณ บริเวณจุดการก่อสร้างประตูระบายน้ำปากคลองชัยนาท–ป่าสัก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ จังหวัดชัยนาท และเขื่อนพระราม6 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งติดตามการบริหารจัดการน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกงและอ่าวไทย ณ สถานีสูบน้ำปากตะคลอง จังหวัดฉะเชิงเทรา และสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ
ทั้งนี้ พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จากปริมาณน้ำหลากที่เกินขีดความสามารถในการรองรับของลำน้ำ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ฟรัฐบาลจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนแผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 9 แผนงาน โดยมีโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย เป็นโครงการสำคัญลำดับต้นที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว
การลงพื้นที่ในวันนี้จึงมีความสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานในประเทศและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานโครงการให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2570 หากเมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากหน้าเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่ทะเลได้ จาก 210 เป็น 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สามารถลดพื้นที่น้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ประมาณ 3.48 ล้านไร่ ทั้งยังช่วยกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งได้อีกกว่า 155 ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้อย่างยั่งยืนต่อไป







