ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งกรณีพบเสือโคร่งป่วยตายหลายตัว ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สปอ.16) พร้อมทั้งทีมสัตวแพทย์ของคุ้มเสือเชียงใหม่ ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค ปัจจัยเสี่ยงการแพร่ระบาด รวมทั้งกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของโรค ได้มีการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งที่เหลืออยู่ไปดูแลที่ศูนย์บริบาลสัตว์ของคุ้มเสือเชียงใหม่ ในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของพื้นที่เลี้ยงและจัดแสดงสัตว์ได้ดำเนินการล้างทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน
ทางด้าน นายสัตวแพทย์พีรพล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์เขต 5 และ นายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยผลการตรวจสอบหลังลงพื้นที่เก็บตัวอย่างทางพยาธิวิทยาตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ยืนยันว่า ไม่พบรหัสพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ หรือ โรคไข้หวัดนก (Avian Influenza Virus: AIV) แต่พบการติดเชื้อจาก 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ โรคไข้หัดสุนัข หรือ โรคคานีน ดิสเทมเปอร์ (Canine Distemper Virus: CDV) และ เชื้อแบคทีเรียไมโคพลาสมา (Mycoplasma spp.) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสือโคร่งในพื้นที่ล้มป่วยและเสียชีวิต
จากการตรวจพบผลบวกของเชื้อทั้ง 2 ชนิดข้างต้น อาจเป็นสาเหตุของการตายของเสือในคุ้มเสือเชียงใหม่ โดยปัจจัยโน้มนำที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ และการแพร่ระบาดของเชื้อ อาจเกิดจากภาวะความเครียด และภาวะเลือดจางที่อาจเกิดขึ้นได้ในสัตว์ป่าที่เลี้ยงในที่เลี้ยง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างเฉียบพลันในช่วงดังกล่าว รวมทั้งการติดเชื้อร่วมกันของทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ต่อมาได้มีการดำเนินการจัดการกับซากเสือโคร่งด้วยการฝังกลบชั่วคราวในพื้นที่ควบคุม เพื่อลดมลพิษและควบคุมโรค ก่อนจะนำขึ้นมาเผาทำลายในภายหลัง ซึ่งกระบวนการฝังกลบทำอย่างเป็นระบบและปลอดภัย เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและการแพร่เชื้อ ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่รัฐ
ทั้งนี้ สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีการตายของเสือโคร่งในสถานประกอบกิจการสวนสัตว์ของบริษัท คุ้มเสือตระการ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 8-18 กุมภาพันธ์ 2569 พบเสือโคร่งตายรวมทั้งสิ้น 72 ตัว แบ่งเป็นพื้นที่คุ้มเสือแม่ริม 21 ตัว และ คุ้มเสือแม่แตง 51 ตัว
ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าของคุ้มเสือ จังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงกรณีเสือโคร่งตายรวม 72 ตัว ยืนยันได้ทำลายซาก โดยกรมอุทยานฯ และกรมปศุสัตว์ควบคุมให้เป็นไปตามหลักวิชาการ โดยไม่นำเขี้ยวหรือหนังไปขายอย่างแน่นอน ย้ำควบคุมโรคได้แล้ว เตรียมเปิดให้บริการอีกครั้ง
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ หรือ "เฮียกุ่ย" เจ้าของคุ้มเสือ จังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ทางคุ้มเสือได้ดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคทันที หลังจากเสือเริ่มป่วยตาย ทั้งการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อพื้นที่เลี้ยงตามมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) อย่างเคร่งครัด
"ยืนยันว่า เสือที่ตายทั้งหมด 72 ตัว จะไม่มีการขายซากหรือชิ้นส่วนใดๆ อย่างเขี้ยวหรือหนังอย่างเด็ดขาด ช่วงแรกทำลายโดยการเผา ต่อมาใช้วิธีฝังกลบตามหลักวิชาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดยมีเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมตรวจสอบและให้คำแนะนำในทุกขั้นตอนของการดำเนินการ” นายชูวิทย์กล่าว
ทางสถานประกอบการให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ พร้อมเปิดพื้นที่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเก็บตัวอย่าง เพื่อให้การสอบสวนโรคเป็นไปอย่างโปร่งใสและสร้างความมั่นใจแก่สาธารณชน
ขณะนี้ควบคุมโรคได้แล้ว หลังจากปิดตามมาตรการควบคุมโรค โดยเตรียมจะเปิดให้บริการอีกครั้งเร็วๆ นี้
ขอบคุณ:ภาพจากคุ้มเสือแม่ริม








