วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นางสาวณัฐธิดา เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แถลงความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งในวันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 21 โดยการพิจารณาได้ใช้เวลามาแล้วรวม 20 วัน รวม 153 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าการดำเนินงานมาถึงครึ่งทางแล้ว ปัจจุบันมีหน่วยรับงบประมาณที่ผ่านการพิจารณาประกอบด้วย งบกลาง 12 รายการ หน่วยรับงบประมาณ 270 หน่วยงาน และกองทุนอีก 27 กองทุน คิดเป็นร้อยละ 9.28 ของงบประมาณทั้งหมด โดยมีกระทรวงที่ผ่านการพิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้วรวม 16 กระทรวง
สำหรับการประชุมล่าสุดในมาตรา 24 กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในกำกับจำนวน 10 หน่วยงาน พร้อม 3 กองทุน ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการได้มีมติให้รอการพิจารณางบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไว้ก่อนจำนวน 1 หน่วยงาน เพื่อให้หน่วยงานได้กลับไปเตรียมข้อมูลและนำเสนอความชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การถ่ายโอน การควบรวม หรือการยุบโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนน้อย เพื่อนำกลับมาเสนอต่อคณะกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่ง
ในส่วนการพิจารณางบประมาณวันนี้ เป็นการพิจารณามาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 15 หน่วยงาน วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 38,625,155,100 บาท โดยที่ประชุมได้ให้ความสำคัญและมีข้อสังเกตต่อการดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษ เกี่ยวกับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำกกและแม่น้ำสาย ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษข้ามพรมแดน
ซึ่งกรรมาธิการบางท่านได้ตั้งคำถามถึงความถี่ในการเก็บตัวอย่างน้ำว่ามีความเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ พร้อมทั้งสอบถามความคืบหน้าแผนการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ 7 จุด ว่ายังเป็นไปตามแผนและสามารถตรวจวัดการปนเปื้อนของโลหะหนักได้หรือไม่ หรือตรวจได้เพียงคุณภาพน้ำทั่วไปเท่านั้น นอกจากนี้ยังได้เสนอแนะให้หน่วยงานเพิ่มการสื่อสารเชิงรุกเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลผลการตรวจวัดและสารปนเปื้อนได้ง่ายขึ้น เพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการใช้น้ำและบริโภคสัตว์น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่เสี่ยง
โดยผู้แทนกรมควบคุมมลพิษได้ชี้แจงว่า ปัจจุบันมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยงรวม 20 จุด โดยเก็บตัวอย่างน้ำเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งถือว่ามีความถี่ที่เหมาะสมเนื่องจากปกติจะทำทุก 2-3 เดือน แต่หากพบความผิดปกติจะเพิ่มความถี่ให้มากขึ้นทันที สำหรับงบประมาณสถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ 7 จุดนั้นได้รับจัดสรรแล้ว โดยจะติดตั้งในพื้นที่แม่น้ำกก แม่น้ำรวก และแม่น้ำสาย 6 จุด และแม่น้ำสาละวิน 1 จุด ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถตรวจวัดโลหะหนักและสารหนูได้ อีกทั้งกรมควบคุมมลพิษยังอยู่ระหว่างร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พัฒนาระบบ Dashboard เพื่อเผยแพร่ข้อมูลคุณภาพน้ำแบบ Real-time ซึ่งคาดว่าจะพร้อมใช้งานภายใน 1-2 เดือนนี้
สำหรับการประชุมในครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 เพื่อพิจารณางบประมาณมาตรา 27 ของส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมของนายกรัฐมนตรี จำนวน 9 หน่วยงาน และ 2 กองทุน ทั้งนี้หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม ทางโฆษกคณะกรรมาธิการจะแจ้งรายงานให้ทราบในลำดับถัดไป








